Showing posts with label ท่องเที่ยว. Show all posts
Showing posts with label ท่องเที่ยว. Show all posts

Monday, September 5, 2011

บาหลี บาหลี..ตอน หาข้อมููล


ทำความรู้จักกับบาหลี


แดนสวรรค์บาหลี ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การเดินทาง เดือนกรกฎาคม ถือว่าดีที่สุด ฝนตกน้อย มีแสงแดดมากพอสมควรถ่ายรูปได้สบายครับ
สิ่งที่ต้องถามตัวเองนะครับ ไปกี่คน มีงบประมาณเท่าไร วิธีไปบาหลีส่งมากที 2 วิธี 1.ไปกับบริษัททัวร์ 2.ไปกันเอง
-การไปกับทัวร์ ข้อดี เที่ยวได้หลายสถานที่ ประหยัดค่าใช้จ่าย มีไกด์คอยอธิบายให้ความรู้ ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ข้อเสีย มีเวลาให้เราได้ชื่นชมแต่ละแห่งน้อย ได้ไปเมืองที่ไม่อยากไป
-การไปเอง ซื้อแพ็กเกจค่าเครื่องบินกับโรงแรม ข้อดี เราเลือกสถานที่เราไปเองได้ จะใช้เวลาอยู่แต่ละที่ตามใจชอบ ไม่มีใครคอยมาเรียกให้กินข้าวขึ้นรถทั้ง ๆ ที่ยังไม่พร้อม ข้อเสีย มีค่าใช้จ่ายสูงเพราะการไปซื้อทัวร์แบบ One Day Trip ที่บาหลีค่อนข้างแพง ต้องมีความรู้ต้องศึกษาสถานที่ไปเสียก่อน

บาหลีเป็นแดนสวรรค์แห่งหมู่เกาะเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ยังคงอนุรักษ์ วัฒนธรรมได้เหมือนเดิม ด้วยการปกครองของผู้ว่าการเกาะที่ออกกฎระเบียบเข้มงวด เช่น บ้านเรือนถ้าปลูกใหม่ต้องเป็นสไตล์บาหลี ที่ใช้หลักธรรมชาติบวกกับหลักศาสนาฮินดู บ้านแต่ละหลังจะมีความสูงได้ไม่เกินยอดมะพร้าว แม้แต่ซุปเปอร์สโตร์อย่างเช่น แม็คโคร ยังปลูกสร้างเป็นสไตล์บาหลี ด้วยความยึดมั่นในวัฒนธรรมดั่งเดิม มีการไหว้เจ้าที่ บรรพบุรุษ ฯ ส่วนธรรมชาติของบาหลีเป็นธรรมชาติที่ถูกทำลายไม่มากเหมือนอย่างบ้านเรา เกาะบาหลีเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร อากาศร้อนชื้นฝนตกชุก อากาศไม่ร้อนมากนัก ประกอบกับเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟ จึงทำให้หาดทรายเป็นสีดำสนิทสวยแปลกตา อย่างเมืองอูบุดที่หญิงอรพูดไว้เป็นเหมือนเมืองโบราณ สวยมากที่อูบุดบุดเมืองเดียวเที่ยวได้ทั้งวัน ยังมีอีกหลายสถานที่ที่ไม่ได้พูดถึง

เรื่องช้อปปิ้ง บาหลีก็เป็นสวรรค์ของนักช้อปปิ้ง มีสินค้าหลากหลายมากเช่น ผ้าบาติก ของตกแต่งบ้าน ฯลฯ เป็นสไตล์ของบาหลีเองครับ เวลาไปซื้อของสนุกมากต่อราคากันให้ปากมันไปเลยครับ 

ที่มา..http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/print.pl?content=0018&board=backpacker



http://www.tuator.net/content/view/138/38/



ข้อเตือนใจในการเที่ยวบาหลี
  1. ทาครีมกันแดดเสมอเมื่อออกจากที่พัก เนื่องจากแดดแรงมาก โดยเฉพาะเมื่อลงน้ำ
  2. ดื่มน้ำมากๆ เพื่อร่างกายจะได้สดชื่น ไม่เพลียจากการสูญเสียน้ำ
  3. ระวังรักษาสิ่งของมีค่าที่อยู่กับตัวเสมอเนื่องจากมีผู้ไม่หวังดีเป็นจำนวนมาก  โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่คนเยอะ เอกสารสำคัญหรือของมีค่าควรเก็บไว้ในตู้เซฟของโรงแรม  และกระเป๋าที่พกติดตัวก็ควรจะมิดชิดเช่นกัน
  4. ควรมีสำเนาพาสปอร์ตติดตัวไปด้วยเสมอ
  5. เมื่อลงไปว่ายน้ำ  อย่าออกไปว่ายนอกเขตที่กำหนดไว้  เนื่องจากกระแสน้ำจะแรงมากให้ว่ายบริเวณระหว่างธงแดงและธงเหลือง

  6. อย่าพกกาหรือเสพยาเสพติดใดๆ ทั้งสิ้น หากถูกตรวจพบอาจถูกจำคุกไปจนกระทั่งประหารชีวิต
  7. อย่าเดินเหยียบเครื่องบูชาที่วางไว้ตามพื้น
  8. อย่าแตะศรีษะผู้อื่น เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่งสำหรับศาสนาฮินดู  นอกจากนั้นจะต้องไม่รับหรือส่งของด้วยมือซ้าย ซึ่งที่บาหลีถือว่าเป็นมือสำหรับชำระล้างในห้องน้ำ

  9. สำหรับผู้หญิง ห้ามเข้าวัดหากอยู่ในระหว่างมีประจำเดือน
  10. ในการเข้าชมวัดต้องแต่งตัวเรียบร้อยใส่เสื้อมีแขน ไม่เปิดไหล่ ไม่ใส่กางเกงขาสั้น หรือ กระโปรงสั้น  ไม่เช่นนั้นจะต้องนุ่งโสร่ง ซึ่งวัดใหญ่ๆ จะมีให้เช่า และทุกคนต้องใช้ผ้าคาดเอวซึ่งส่วนมากจะให้บริการฟรี  แต่มักจะมีการเก็บเงิน ทางที่ดีถ้ามีโปรแกรมเข้าวัดเยอะๆ ก็ควรพกผ้าคาดเอวส่วนตัวไปเลย
  11. หากเข้าไปในวัดขณะที่กำลังมีพิธีไหว้อยู่ควรนั่งชมอยู่ห่างๆ  และไม่ยืนค้ำคนที่นั่งไหว้อยู่  หรือ ยืนค้ำเครื่องบูชา อีกทั้งไม่ควรถ่ายรูปโดยใช้แฟลช
  12. ก่อนจะซื้อสินค้าให้ตรวจสอบราคาที่ตกลงกันไว้ให้ดีก่อน  ทางที่ดีพกเครื่องคิดเลขคติดตัวไว้ด้วยจะช่วยได้มาก  และอย่าลืมต่อรองราคาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  13. ตรวจสอบเมื่อแลกเงินและแลกเงินเฉพาะกับธนาคารหรือร้านรับแลกเงินที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการเท่านั้น  เพราะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเจอปัญหาเรื่องโดนโกงโดยให้เงินกลับมาไม่ครบ  อย่าเห็นแก่อัตราแลกเปลี่ยนที่สูงกว่าร้านอื่นเพราะอาจเสียเงินไปมากกว่าที่คิดจะได้  ควรใช้เครื่องคิดเลขของตัวเองคิดคำนวนเงิน  อย่าไว้ใจตัวเลขที่ร้านรับแลกคิดให้ดู

  1. หากคนขายของตามร้านข้างทางเรียกให้ซื้อของ  ถ้าไม่ต้องการซื้อก็อย่าไปต่อรองราคาเล่นๆ ให้กล่าวว่ะ “No, thak you”  แล้วเดินไปเสีย  เพราะถ้าต่อแล้วไม่เอาอาจเป็นเรื่องราวใหญ่โตได้
  2. ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะตามวัด  อาจมีคนท้องถิ่นมาอ้างว่าจะเข้าเที่ยวสถานที่นั้นๆ ได้เฉพาะเมื่อมีไกด์นำไปเท่านั้น และเรียกร้องค่านำเที่ยวเป็นจำนวนเงินต่างๆกัน ซึ่งเป็นเรื่องน่ารำคาญและอาจจะทำให้มีปัญหาได้ถ้าไม่ใช่นักผจญภัยที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์การจ้างไกด์ท้องถิ่นอย่างเป็นทางการพร้อมรถบริการก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้
การซื้อตั๋วโดบสารเรือ รถ หรือ จองทัวร์ ใดๆ ก็ตาม  ควรทำกับสำนักงานในโรงแรมที่พัก หรือ บริษัทที่เชื่อถือได้เท่านั้น ระวังพวกต้มตุ๋นริมถนนที่จะอ้างว่าขายตั๋วราคาถูกพิเศษให้อาจจะเสียเงินไปฟรีๆ ได้
แหล่งข้อมูลจาก
- หนังสือคู่มือนักเดินทางฉบับพกพา บาหลี หนังสือในเครือ เที่ยวรอบโลก

ดูทัวร์itenerary ประกอบ
http://www.tripdeedee.com/trips_detail.php?id=68
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2011/01/E10111422/E10111422.html
http://www.earththaitravel.com/programs_tour.php?id=BA-43GA

ทริป 2 วัน 1 คืน
http://www.kmt.co.th/catalog.php?idp=148

ทริป 3 วันสองคืน
3 วัน สองคืน

5วันจากเทรกกิ้งไทย
แต่ว่าเราไม่ควรไปแค่ 3 วัน จะไปทั้งทีให้คุ้มหน่อย...

ให้เลื่อนวันกลับออกไปอีกซัก 2 วัน
รายการทัวร์ครึ่งวันถ้ามีทัวร์เมืองอูบุดให้เลือกไปเลย แต่ขอไปในวันที่ 3 ซึ่งปกติจะเป็นวันกลับ แล้วปล่อยเราทิ้งไว้ที่อูบุดเลย จะทุ่นค่ารถ แล้วเดินหาที่พักพร้อมกับเดินชมเมืองไปเรื่อยๆ ชอบตรงไหนก็เข้าไปถามราคา ขอดูห้อง ทุกที่ยินดีให้ดู

ทีนี้กลับมาที่ 2 วันแรก ไปถึงจะเป็นช่วงบ่ายเก็บของที่โรงแรมแล้วเดินลูกเดียว ชมเมืองไปเรื่อยๆ อย่าลืมหาแผนที่พกไปด้วย (สำคัญมาก... หยิบที่โรงแรม หรือซื้อแถวนั้น)

เล็งที่กินสำหรับมื้อเย็นไว้ด้วยนะคะ

ที่หาดคูตาบรรยากาศจะคล้ายๆ หาดป่าตอง พลุกพลานหน่อย และมีคนเดินตื้อขายของ หาดไม่สวย เดินดูร้านขายของดีกว่า แต่ละร้านแต่งกันสวยๆ มีของพื้นเมืองประยุกต์ ราคาจะค่อนข้างสูง ต้องต่อหน่อย ที่นี่จะได้ประมาณ 2 ใน 3

วันที่ 2 มองหารถเหมาไปเที่ยวตามที่เรากำหนด เช่นไปเที่ยวเลาะตามชายหาดต่างๆ ไป Uluwatu ไปดูหาด Nusa Dua ซึ่งเป็นย่านโรงแรมหรูหรามากมาย (ตอนที่ไปเดินสวนกับ Tom Cruise ด้วยหละ...ตื่นเต้น) หาด Jimbaran หาด Sanua ฯลฯ อย่งที่เคยบอกน่ะค่ะ หาดพวกนี้สู้บ้านเราไม่ได้หรอก ดูก็ดี ไม่ดูก็ได้...

รถที่เราจะเหมาจะเป็นแบบรถแวน (รถแท็กซี่ไม่ไป หรือไปก็แพงมาก) บอกราคามาให้ต่อครึ่งนึง...

กลับจากนั่งรถเที่ยว ตกบ่ายแก่ๆ เดินชมเมืองซีกที่ยังไม่ได้ไป...


พี่วุฒิ-เคท
http://wutkate.com/index.asp?pageid=0071&catid=6&artcatid=4

คนนี้ไปเที่ยวเอง
http://www.thaimazda3.com/forum/index.php?s=8e1f0ab0abb87d45d8ecff2345a81bf3&showtopic=50911
ข้อมูล
ส่วนใหญ่ดิฉันจะตุรัดตุเหร่อยู่ใน Ubud ค่ะ... ดิฉันหลงรักเมืองนี้...

บรรยากาศเก่าๆ แสนจะคลาสสิก ผู้คนใจดี ยินดีให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ไม่ค่อยมีมะรุมมะตุ้มขายของเหมือนที่ Kuta
ชอบ Art Gallery และ Museum ซึ่งมีมากมาย...
ชอบบรรยากาศพื้นเมืองประยุกต์ของร้านอาหาร*เป็ดโสโครก Dirty Duck บนถนน Hanoman (ร้านชื่อนี้จริงๆ... สวยมากแต่อาหารแพงชิปเป๋ง)...
ร้าน Indu's ที่อยู่บนเนินเขา มองเห็นนาขั้นบันได...
และอีกหลายๆ ร้านที่ล้วนแต่บรรยากาศดี...
ชอบ Monkey Forest ที่คล้ายป่าดึกดำบรรพ์...
และอื่นๆ อีกมากมาย จาระนัยไม่หมด

ดิฉันแลกเงินที่ bank หนเดียวเอง...
ส่วนใหญ่แลกตามร้านข้างถนนที่มีอยู่มากมาย ดูเปรียบเทียบกัน ถ้าต่างกันแค่ร้อยสองร้อยrp ก็อย่าไปคิดมาก เพราะมันแค่บาทเดียวหรือไม่ถึงบาทดีด้วยซ้ำ...
แลกทีละ 100USD (สำหรับทั้งกลุ่ม)...แลกมาหลายครั้งยังไม่เคยโดนโกงเลยจ้า... อันนี้ต้องมีเทคนิคในการนับ
08 08

โดย หญิงอร

ข้อมูลจากน้องดาวเหงา เรื่องบาหลี

คนนี้อยู่บาหลี>>
http://www.mambalitour.com/index.php?mo=3&art=418154
Nice Bali Photo




แปะๆไว้ก่อนนะคะ ไว้จะมายำๆอีกที

Monday, July 11, 2011

หนีมาอยู่กะโฮสสามวันมันส์จริงๆ host @UK- Leighton Buzzard –Symphony Orchestra & wood walking.




ภาคต่อ..ความเดิมจากตอนที่แล้ว


เรื่องมันไม่จบง่ายๆ เพราะว่าโฮสใส่ยาพิษในอาหาร...อะไม่ใช่ละ พูดเล่นนะเรื่องมันจะแลดูน้ำเน่าจนเกินไป
เล่าเกร็ดเล็กน้อยจากการสังเกตและคุยกะโฮส คือ

โฮสเค้าอยู่ตัวคนเดียวอะนะ..เป็นคนแก่วัยเกษียณของอังกฤษดีตรงที่มีเงินเดือนและได้สิทธิพิเศษต่างๆ พวกบัตรลดราคา บัตรรถเมลล์ รถไฟ บัตรลดดูการแสดง หรือว่าได้สิทธิ์ในการรักษาพยาบาล

แต่ก็ต้องโทรจองล่วงหน้าเป็นเดือนๆ และต้องจ่ายค่ายาอยู่ดี
ไม่ดีตรงค่าหมอนี่แหละ..แพงและไม่ดีเท่าบ้านเรา

ที่นี่ของที่ไม่น่าแพง พวกแก๊ส หรือว่าพวกค่าน้ำค่าไฟ ก็แพงหูฉี่ แถมต้องจ่ายค่าลิขสิทธ์ดูทีวีด้วย
ยายเค้าก็จ่ายนะ..แต่ก็ประหยัดมากเลย เช่น เลือกฟังวิทยุมากกว่า เลือกจะล้างจานไปใส่เครื่องล้างตอนเย็นทีเดียว ปลูกต้นไม้ดอกไม้ไว้ประดับบ้าน ไปซื้อของพวกแบรนด์ที่ราคาถูกกว่าหน่อย หรือว่าซื้อพวกร้านมือสองที่ขายไปทำบุญ(Charity shop)เมืองนี้คนแก่เยอะพอๆ กะ

เมืองเราGuildford แต่เมืองเราจะเน้นคนแก่ที่มีรายได้สูงกว่าของเลยแพงกว่าและร้านพวกนี้จะน้อยกว่า ..คิดดูว่ารองเท้าร้านในเมืองน่ะค่ะที่เมืองนี้คู่ละไม่ถึง ๕ปอนด์ เ มืองเราอย่างต่ำนี่ เกือบ ๑๐ปอนด์แล้วค่ะ คุณภาพไม่ต่างกันมากนะ(อยากได้คชจ.ประมาณเมืองนี้ง่ะ)


โดยเฉพาะเศรษฐกิจไม่ดี อะไรๆก็ต้องประหยัด เพราะรายได้เท่าเดิมแต่รายจ่ายมากขึ้น..เกิดขึ้นผลกระทบกับคนทั้งโลกค่ะ สะท้อนใจกับพี่ไทยจัง..นึกแล้วน้ำตาตกใน
แต่เรื่องที่ยายประหยัด..เราชอบนะ เป็นอะไรที่สมถะดี

เลือกที่จะเปิดฮีตเตอร์ ตอนบ่ายถึงเย็น ..แล้วปิดตอนกลางคืน...ฮือๆ ยายขา เมืองยายน่ะหนาวมั่กๆนะคะ สำหรับชะเอมเมืองร้อน..นอนห่มผ้านวมกะเสื้อโค้ท..ใช่แล้ว ข้าเจ้าใส่เสื้อโค้ท

แถมนอนไม่หลับ ฝันร้ายยยย

เล่าต่อๆ ก็นั่งรถกันไปที่ โวเบิร์น นั่งผ่านไปนะ ฮ่าๆ
http://www.woburn.co.uk/abbey/
ชอบตรงที่ระหว่างทางเราเห็นสีเขียวตัดกับฟ้า แล้วมีแกะและเล็มหญ้าอยู่หลังกำแพงไม้

เห็นแล้วนึกถึง ทุ่งหญ้ากับ เจ้าทุยน้อย เล็มหญ้าชิวๆ

เราก็โม้กับยายว่า ถ้าเป็นเมืองไทยคงเป็นทุ่งนากับน้าทุย เดินดุ่ยๆ ย่ำโคลน—เพ้อละ
ยายโม้ว่า ไปอเมริกา ก็เห็นทุ่งหญ้าเหลืองทอง ลูกเขยยายบอกว่า “อเมริกาเลี้ยงคนทั้งโลก”
ฟังแล้วอยากจะเถียง ว่า
“ไทยแลนด์แดนสยามตะหากค้าบบ ส่งออกข้าวอันดับสองนะค้าบบ ยายค้าบบ”
(ยายเค้าเป็นโฮสให้คนจีนมากกว่าคนไทยอย่างพวกเรา ไม่ค่อยรู้จักประเทศไทยและคนไทย แถมด้วยตอนไปนี่กำลังมีเหตุการ์ณไม่สงบที่บ้านเราพอดี เอาเข้าไป)

ถึงแล้วโบสถ์..แต่เค้าปิดจัดงานแต่งงานมั้ง ยายเลยพาไปเดินป่าแทน

เราเดินไปก็เห็นตรงทางมันมีประตูเค้าเอาไว้กันกวางหนี และกันรถชนกวาง
ถึงอย่างนั้น ปีนี้ก็มีกวางตายไปแล้วหลายตัว นึกถึงตอนอยู่ออสเตรเลีย มีจิงโจ้โดนรถชนตายไปเยอะเลย
เค้าเรียกจิงโจ้ตัวเล็กว่าอะไรน้า นึกไม่ออกซะงั้น

ชมนกชมไม้ไปเรื่อย


เจอชาวบ้านแถวนั้นเค้าขายผักที่ปลูก.ราคาถูกยายก็ภูมิใจกับ รูบาร์บ หรือเราเรียกมันว่าก้านกล้วยฝรั่ง
น่าจะแกงฮังเลอร่อย..ฮ่าๆ ไม่ไช่ละ โฮ

โฮสว่าเอาไปทำซุปหรือใส่ขนมได้..ดีแฮะ
แถมซื้อกับคนที่ปลูกเองก็รับประกันเรื่องความปลอดภัย
เราเดินไปจนถึงที่คอกม้า..เค้าเลี้ยงม้าไว้เยอะเลย



พื้นที่ทั้งหมดเป็นของ Duke of Bedford ก็น่าจะเหมือนกับเจ้าขุนมูลนายบ้านเราละมั้ง
สมัยนี้อะไรๆก็ต้องเป็นเงินเป็นทอง เค้าก็เปิดให้ดู เก็บเงิน แล้วก็ทำร้านอาหาร และอะไรต่างๆ บางคนก็ย้ายไปอยู่นิวซีแลนด์หรือออสเตรเลียแทนเพราะค่าใช้จ่ายน้อยกว่า
ชอบต้นไม้เราไปดูโบสถ์อายุเป็นร้อยปีเลย เก่าดี ทำให้เห็นชีวิตคนสุดท้ายก็เหลือเพียงกรรมดีกรรมชั่วที่ทำร่วมกันมาเนอะ





อีกมุมนึงของโบสถ์ค่ะ

กลับมากินข้าวเย็น ตอนแรกนึกว่าสเต๊ก จริงๆคือไก่อบซอสครีม กับขนมปัง...
แล้วก็แต่งตัวไปดูซิมโฟนี่จาก ม.เบดฟอร์ดBedfordshire University เราก็ชอบยูนี้เหมือนกันนะ หาข้อมูลตอนก่อนมาเรียน
อาจารย์มาเลกเชอร์ให้ถึงในห้องดนตรีเลย ฮ่าๆ





เสียแค่ ๒ ปอนด์เพราะว่าเป็นนักเรียน..อะโหย ดีสุดๆ นั่งฟังแล้วเคลิ้ม จินตนาการตามว่ามีกวางกำลังวิ่งไล่จับกันแล้วโดนสิงโตมาไล่ล่า ..ไปนู่น๓ชั่วโมง อิ่มกับสุนทริยรส และมีความสุขมั่กๆ เหมือนมาเติมเชื้อไฟ ไปพร้อมสอบอีก ๒ อาทิตย์ละฮิ
ลืมบอกว่าพวกเราก็ทำหน้าที่เหมือนนักเรียนแลกเปลี่ยน(โข่ง) โดยการมอบของที่ระลึกค่ะ ผ้าใหมไทย และเราเอาที่คั่นหนังสือชาวเขาฝากโฮสให้จนท.ที่เค้าช่วยประสานงานด้วย คนไทยตามธรรมเนียมค่ะ ต้องมีของติดไม่ติดมือ เพื่อนเต้ยก็มีโปสการ์ดลายวัดพระแก้วเขียนเซอร์ไพรส์วันกลับให้ด้วยค่ะ
แม้ว่าทริปนี้จะต้องมานั่งอ่านหนังสือตอนดึกๆ..นอนไม่หลับง่ะ
แถมยายเพิ่มออฟชั่นถุงน้ำร้อนตอนดึก..ชะเอมต้องย่องๆมาต้มน้ำตอนตี๓เพราะมันไม่ร้อน...บ้านไม้ของยายเหมือนบ้านอาม่าที่เยาวราชคือเดินแล้วจะมีเสียง..ต้องย่อง..ไม่น่าเล้ยยอยู่ห้องติดกะยายอีก


วันสุดท้าย..แอบเซอร์ไพรส์การ์ดขอบคุณให้ยาย
ก็กินอาหารเช้า
กล่าวอำลาเมืองของโฮส รีบกลับมาติวกับเพื่อนค่ะ
เพราะอีกไม่นาน(ตอนนั้น)จะสอบแล้ว(ดูวันที่ในรูปเป็นหลักฐานค่ะ ฮ่าๆ)
ขอถ่ายกะป้ายกันสักหน่อย



แล้วก็แว้บไปสถานี Clapham Junction
อันนี้เป็นโบสถ์อีกแล้ว แต่เห็นสี กับสไตล์แล้วให้อารมณ์ตึกโดม ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ยังไงบอกไม่ถูกเลยค่ะ เอ..หรือเราจะคิดถึงเมืองไทยมากไปละเนี่ย เหอๆๆ

แวะกินอาหารเที่ยง..ขอเพื่อนเต้ย ไม่ไหวละเลี่ยนนมเนย
ขอข้าวนะ แต่หาร้านไทยไม่เจอ ก็เลยได้กินผัดเปรี้ยวหวานแบบจีนๆ
ได้แวะซื้อวิตามินกลับมาฝากท่านพ่อท่านแม่ และก็กลับ….

เพื่อนเต้ยพานั่งรถไฟอ้อมสัก ครึ่งชั่วโมงได้ ..เพื่อนเต้ยก็เฉลยว่าวันที่เล่นไพ่กันคืนแรกก็เห็นเงาของ..แว้บไปข้างหลังเรา เหมือนแอบดูพวกเราเล่นไพ่..โอ้ววววทำไมไม่บอกกันบ้างละฮิ
มิน่าทั้งกระเป๋าน้ำร้อน ทั้งแผ่เมตตาสักห้ารอบ ก็ดูไม่ค่อยพอ...บ้านเก่ามากค่ะ อึ้งไปจนรถไฟถึงบ้านพอดี

แต่ไม่เป็นไรทันเวลาติวพอดี อาจเพราะวันอาทิตย์(รึเปล่า)
มาติวกับเพื่อนๆตอนเย็น จน ๕ทุ่มก็นอนตายในหอ
จบทริปกะโฮส อังกฤษ แบบอังกฤษ
..
..
..
แถมรูปกับผนังร้านพิซซ่าค่ะ เก๋ๆดี


สามวันถัดมา ข้าเจ้าได้รับพัสดุ พร้อมจม.จากโฮสว่า
ข้าเจ้าลืมเสื้อไว้ ฮ่าๆ
แต่โฮสก็ดีนะ เห็นการ์ดขอบคุณที่พวกเราทิ้งไว้เซอร์ไพรส์ที่ห้องครัว
ชอบลายมือโฮสจัง


แล้วก็รีบโทรไปบอกเพื่อนเต้ย เพราะพวกเรายังไม่ได้สอบ
แต่หนีเที่ยวอย่างนี้..ก็เริ่มทำให้เราลนลานกับการสอบตามบล็อก

เค้าเรียกว่า...นาทีก่อนโดนเชือด>

ไปแล้วค่ะ ดีใจจัง อัพบล็อกได้แล้ว


Saturday, February 19, 2011

สโตนเฮนจ์เมืองไทย..ภูผาเทิบ(Unseen Mukdahan,Mykdahan day trip)


วันอาทิตย์ที่ผ่านมา(6/6/10)
ไปDay Trip กับน้องชายสุดที่รักทั้งสองคน(อามคุงและน้องอุ้ยคุง)
พาน้องมาออกสื่อโว้ๆ เย้ๆ
ทริปเที่ยวไทยขอกระแดะพิมพ์อังกฤษแนะนำประเทศหน่อยนะคะ
Last week,I'd a day-trip with my lovely brothers-Armkung& OuiKung.
That's my first bro&sis trip togather :)

เริ่มวันนี้ที่สะพานเชื่อมพรมแดนไทยลาว แห่งที่๒
The first place is the 2nd Bridge link between Thailand and Laos (Our neighborhood country)..

มุกดาหารเชื่อมต่อกับเมืองสะหวันนะเขตของลาว
และข้ามฝั่งไปเล่นพนันได้อย่างถูกกฎหมายที่ลาว
There's the shuttle bust transfer tourists go legally betting at SavannaKhat,Laos..


แวะเติมพลังที่ร้านอาหารชื่อดังของมุกดาหาร..ร้านจุดนัดพบ
พอเข้าตัวเมืองก็ไปตามป้ายที่จะไปหอแก้ว..จะมีป้ายร้านอาหารหน้าถนนให้เลี้ยวซ้ายจ้ะ
วิวดีมากก จัดร้านก็แนวธรรมชาติๆดี ชอบที่วิวสวย แม้อากาศจะร้อนไปหน่อยนะ
We went to lunch at the famous restaurant called
"Jood Nut phob"(means the meeting point).
The river scenery is very nice :)
And the decoration is related to nature.


เพื่อนอามคุงแนะนำให้สั่งเมนูปลา เพราะปลาแม่น้ำโขงที่นี่สด อร่อย
เราเลยสั่งต้มโคล้งปลาคัง..สลัดกุ้งและไก่กรอบ ซอสครีม(มายองเนส)
และลาบปลาแข้..ก็อร่อยหมดทุกอย่างเลย
My brother's friend,who is local people,she suggest us to have some fish.As the Kong's river's fish is very fresh and sweet.
So we ordered "Tom Klong Pla Khung"=Sour and spicy soup with fish.
Shrimp& Chrispy chicken Salad with cream...and "Laarp Pla"=Spicy fish salad.
:::::::::::::::::::::::::::::::::

แล้วคราวนี้ผลัดมือ เอมหวานขับบ้างโดยมีไกด์หนุ่มหล่อนำทาง คิคิ
แต่ไปง่ายมากเลยนะ ภูผาเทิบ มีป้ายทุก ๒กม.
Afterward,I was driver to go Stonehenge Thailand
or so called "Phu Pha Terb"


จ่ายค่าเข้าชมสักเล็กน้อย..ก็ออกเดินทางต่อ
การเดินทาง อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบอยู่ห่างจากตัวเมือง มุกดาหารประมาณ 17 กิโลเมตร
ใช้เส้นทางมุกดาหาร-ดอนตาล ทางหลวงหมายเลข 2034 แยกเข้าขวามืออีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ
We pay a few entrance fee ..This National Resource is only 17 km. from Mukdahan,on the road no.2034 Mukdahan-Don Tan.Turn right for another 2 km.(Don't worried there's all signal on the way)



" อุทยานแห่งชาติ ภูผาเทิบ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขา หินทรายประกอบด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่หลายลูกติดต่อกัน แบบลูกคลื่น และเป็นส่วนปลายสุดของเทือกเขาภูพาน วางตัวใน ลักษณะแนวเหนือ-ใต้ขนานและห่างจากชายฝั่งแม่น้ำโขงประมาณ 4 กิโลเมตร ภายในอุทยานฯ ประกอบด้วยภูหมากยาง ภูมโน ภูโปร่ง ภูรัง ภูจอมนาง ภูหมากมี่ ภูผาเทิบ ภูนางหงส์ ภูถ้ำพระ ภูหลักเสและยอดเขาสูงสุดคือ ยอดภูจอมศรี มีความสูงจาก ระดับน้ำทะเลประมาณ 170-420 เมตร บริเวณลานหิน และภูผาเทิบ มีสภาพป่าส่วน ใหญ่เป็นป่าไม้เต็งรัง และป่าเบญจพรรณ และยังเป็นแหล่งกำเนิดของลำห้วยหลายสาย เช่น ห้วยตาเหลือก ห้วยสิงห์ ห้วยเรือ ห้วยมะเล ห้วยช้างชน เป็นต้น"
source:http://www.travelthaimagazine.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=572095&Ntype=1


วันนี้อากาศร้อนมากกก แถมต้องปีนเขาอีกต่างหาก ก็เลยพลอยหมดแรงกันเร็วกว่าปกติ
ไม่ได้เตรียมตัวมลุยด้วย สังเกตว่าอามคุงใส่แตะมาลุยเลย
แต่ฟ้าใสมาก ชอบๆ ชอบหินเก๋ๆ ส่วนตัวชอบมากกว่าสโตนเฮนจ์
เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆนอกจากหิน เช่น น้ำตกและลำธารด้วย
That day's very hot,and we didn't prepared to be there.
Btw. the chic stone and the other resources inside
such as canal and waterfall are attracted to be there again.


ถ่ายภาพกันพอหอมใหญ่..
อุ้ยคุงเป้นนายแบบขาประจำ เอมหวานก้อดูแลตัวเอง ฮ่าๆ



ระหว่างทางก็จะมีข้อมูลและความรู้้เกี่ยวกับป่าเต็งรัง หินต่างๆ
เหนือ่ยมาก เสื้อเปียกกันเลยทีเดียว
ลงมาจากเขา ก็เหมาชาเขียวและโคล่ามาคลายร้อน ฉ่าๆๆ
ข้อมูลเพิ่มเติมอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ หรือStonehenge Thailand
http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=16&lg=1

:::::::::::::::::::::::::::::::::::

ขากลับก็แวะตลาดอินโดจีน ภาพขวาคือร้านโรตีหลายรสให้เลือก
ล่างซ้าย..เจอญาติโดยบังเอิญ น้องจีน่านี่มาดนางแบบจริงๆ
On the way back,we didn't miss the other famous place
"Indo-China market" as that are the place you can have
Various kind of sweet roti,fresh fruit and veggie,
dried-jack fruit,,French bagatelle and so on..


ได้ข้าวจี่ หรือขนมปังฝรั่งเศสเยอะมาก แล้วก็ขนมกรุบกริบ

กลับมาบ้านพร้อมขนมนมเนย และความรู้สึกดีๆ
มุกดาหารเปลี่ยนไปพอสมควร แต่ความทรงจำดีๆของเรากับมุกดาหารไม่เคยเปลีี่ยนนะ จุ๊บๆ
we bought only the savory staffs.. and bring back some good moment.

Mukdahan..was changed during the past 10 years
but the memorable place and people are never be changed from my mind..
until we next trip,,good bye
:::::::::::
ขอบคุณกรอบจากคุณกุ้งค่ะ
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kungguenter&month=04-2008&date=06&group=23&gblog=1