หลังจากดองตามประสา ข้าเจ้าก้อได้เวลาขยับอัพแอนด์ดาวน์บล็อกเอมหวานอีกรอบ ต่อจากทริปก่อน ทริปสก๊อต กอดคอกันแหวว ตอน ปราสาท Edinburgh Castle วันนี้(23 sep) ทำอะไรเยอะแยะ เริ่มจากอาหารเช้าสไตล์สก็อตที่ร้านFilling Up ชอบร้านที่นี่หลายร้านนะ แบบว่าแนว เช่นร้านนี้คอนเซปต์คือเติมน้ำมัน ก็จะมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับปั๊มน้ำมัน เจ๋งๆ เป็นเนื้อประเภทต่างๆนะ อธิบายไม่ถูกเลยดูรูปละกาน ของเราเป็นอาหารมังสวิรัติกะโกโก้ร้อน Hot Chocolate..Yummy^^ เนื่องจากคาดการณ์อากาศผิด..หนาวกว่าที่คิด(เยอะ)บวกความขี้หนาวของเราเลยได้หมวกของH&Mกะไส้ในหรือลองจอน แล้วก็ได้ถุงมือจากร้านไปรษณีย์ระหว่างทางก็เก็บภาพกันตามเจ๊เบียบ ทั้งหมดมาจาก New Town New Town คือเมืองใหม่นี้เกิดจากความคิดที่จะทำผังเมืองใหม่แล้วก็มีการจัดประกวดผังเมือง จำชื่อคนชนะเลิศไม่ได้แต่ผังใหม่ดูง่าย และ ทางกลับไปที่เดิม ปราสาทเอดินเบิร์ก เพื่อไปจองทัวร์ธรรมชาติHighland lochness อันนี้คือNational Galleries of Scotland source:www.nationalgalleries.org ตอนไปจองทัวร์ที่โรงงานผ้าลายสก็อตตรงปราสาท คือชุดพวกนี้ ผู้ชายสก๊อตเค้าภูมิใจใส่นะฮ้าา เพื่อนแมรี่บอกว่างานแต่งงานเค้าแต่งกันอย่างนี้หรือแม้แต่งานทางการทั้งหมด และแต่งอย่างสง่าผ่าเผย อยากให้คนไทยนิยมของไทยแบบนี้จัง ตรงข้ามมีวิสกี้ เลยแว้ปไปถ่ายรูปที่ตรงวิสกี้ ขอลอกสูตรมาทำบ้าง ฮ่าๆ สรุปเค้าไม่ให้..ไม่ใช่แล้ว สรุปว่าเพื่อนสาวไม่สนใจ แถมเราก็ว่าอยากไปชมเมืองมากกว่าเลยไม่ได้เข้าเยี่ยมชม (เสียดายก็เสียดาย แต่เก็บเงินไว้เพื่อการอื่นละกันนะ) เปิดดูแผนที่่ถ้าเดินจากโฮสเทลไปที่ถ.Grassmarket ทะลุไปโรงเรียนSt,George เป็นรร.นานาชาติที่ดังมากแห่งหนึ่งของอังกฤษ และเป็นต้นแบบให้เจ๊เจ เค โรลลิ่งสำหรับบ้านสี่บ้านของแฮร์รี่ พอตเตอร์ เสียดาย ไปตอนเค้ามีเรียนกัน เลยขอมาอีกรอบตอนเย็นๆ ทางกลับไปเจอกันที่สตาร์บัค Old town เพราะว่ามีฟรีไกด์ตอนบ่าย เลยรีบเดิน เจอนี่ อนุสาวรีย์บ็อบบี้ น้องหมาผู้ซื่อสัตย์ คือเจ้านายเสียชีวิต แต่เค้าก้อไปเฝ้าหลุมศพอีกเป็นสิบปี จนชาวเมืองเอดินเบิร์กรักเค้า และทำอนุสาวรีย์เพื่อยกย่องความซื่อสัตย์ของเค้า อนุสาวรีย์นี้เป็นที่ดื่มน้ำสาธารณะ และมีข้างล่างให้น้องหมาดื่มด้วย..น่ารักมาๆ ไว้จะมาเล่าอีกนะจ้ะ น้องเฟซบุ๊คข้าพเจ้างอแง ไม่สามารถหลั่งรูปมาให้ยลได้ แปะโป้งก่อนนะ คืนนี้..ราตรีสวัสดิ์พี่น้องชาวไทย ขอบคุณกรอบที่๗๖ ของคุณกุ้งGungguenter ค่า http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kungguenter&month=09-2008&date=24&group=23&gblog=76 | ||
Showing posts with label united kingdom. Show all posts
Showing posts with label united kingdom. Show all posts
Monday, July 11, 2011
2.ทริปสก๊อต กอดคอกันแหวว ตอน เมืองเก่าเมืองใหม่Old town-New Town
Location:
Edinburgh, City of Edinburgh, UK
1.ทริปสก๊อต กอดคอกันแหวว ตอน ปราสาท Edinburgh Castle
หนีมาอยู่กะโฮสสามวันมันส์จริงๆ host @UK- Leighton Buzzard –Symphony Orchestra & wood walking.
ภาคต่อ..ความเดิมจากตอนที่แล้ว เรื่องมันไม่จบง่ายๆ เพราะว่าโฮสใส่ยาพิษในอาหาร...อะไม่ใช่ละ พูดเล่นนะเรื่องมันจะแลดูน้ำเน่าจนเกินไป เล่าเกร็ดเล็กน้อยจากการสังเกตและคุยกะโฮส คือ โฮสเค้าอยู่ตัวคนเดียวอะนะ..เป็นคนแก่วัยเกษียณของอังกฤษดีตรงที่มีเงินเดือนและได้สิทธิพิเศษต่างๆ พวกบัตรลดราคา บัตรรถเมลล์ รถไฟ บัตรลดดูการแสดง หรือว่าได้สิทธิ์ในการรักษาพยาบาล แต่ก็ต้องโทรจองล่วงหน้าเป็นเดือนๆ และต้องจ่ายค่ายาอยู่ดี ไม่ดีตรงค่าหมอนี่แหละ..แพงและไม่ดีเท่าบ้านเรา ที่นี่ของที่ไม่น่าแพง พวกแก๊ส หรือว่าพวกค่าน้ำค่าไฟ ก็แพงหูฉี่ แถมต้องจ่ายค่าลิขสิทธ์ดูทีวีด้วย ยายเค้าก็จ่ายนะ..แต่ก็ประหยัดมากเลย เช่น เลือกฟังวิทยุมากกว่า เลือกจะล้างจานไปใส่เครื่องล้างตอนเย็นทีเดียว ปลูกต้นไม้ดอกไม้ไว้ประดับบ้าน ไปซื้อของพวกแบรนด์ที่ราคาถูกกว่าหน่อย หรือว่าซื้อพวกร้านมือสองที่ขายไปทำบุญ(Charity shop)เมืองนี้คนแก่เยอะพอๆ กะ เมืองเราGuildford แต่เมืองเราจะเน้นคนแก่ที่มีรายได้สูงกว่าของเลยแพงกว่าและร้านพวกนี้จะน้อยกว่า ..คิดดูว่ารองเท้าร้านในเมืองน่ะค่ะที่เมืองนี้คู่ละไม่ถึง ๕ปอนด์ เ มืองเราอย่างต่ำนี่ เกือบ ๑๐ปอนด์แล้วค่ะ คุณภาพไม่ต่างกันมากนะ(อยากได้คชจ.ประมาณเมืองนี้ง่ะ) โดยเฉพาะเศรษฐกิจไม่ดี อะไรๆก็ต้องประหยัด เพราะรายได้เท่าเดิมแต่รายจ่ายมากขึ้น..เกิดขึ้นผลกระทบกับคนทั้งโลกค่ะ สะท้อนใจกับพี่ไทยจัง..นึกแล้วน้ำตาตกใน แต่เรื่องที่ยายประหยัด..เราชอบนะ เป็นอะไรที่สมถะดี เลือกที่จะเปิดฮีตเตอร์ ตอนบ่ายถึงเย็น ..แล้วปิดตอนกลางคืน...ฮือๆ ยายขา เมืองยายน่ะหนาวมั่กๆนะคะ สำหรับชะเอมเมืองร้อน..นอนห่มผ้านวมกะเสื้อโค้ท..ใช่แล้ว ข้าเจ้าใส่เสื้อโค้ท แถมนอนไม่หลับ ฝันร้ายยยย เล่าต่อๆ ก็นั่งรถกันไปที่ โวเบิร์น นั่งผ่านไปนะ ฮ่าๆ http://www.woburn.co.uk/abbey/ ชอบตรงที่ระหว่างทางเราเห็นสีเขียวตัดกับฟ้า แล้วมีแกะและเล็มหญ้าอยู่หลังกำแพงไม้ เห็นแล้วนึกถึง ทุ่งหญ้ากับ เจ้าทุยน้อย เล็มหญ้าชิวๆ เราก็โม้กับยายว่า ถ้าเป็นเมืองไทยคงเป็นทุ่งนากับน้าทุย เดินดุ่ยๆ ย่ำโคลน—เพ้อละ ยายโม้ว่า ไปอเมริกา ก็เห็นทุ่งหญ้าเหลืองทอง ลูกเขยยายบอกว่า “อเมริกาเลี้ยงคนทั้งโลก” ฟังแล้วอยากจะเถียง ว่า “ไทยแลนด์แดนสยามตะหากค้าบบ ส่งออกข้าวอันดับสองนะค้าบบ ยายค้าบบ” (ยายเค้าเป็นโฮสให้คนจีนมากกว่าคนไทยอย่างพวกเรา ไม่ค่อยรู้จักประเทศไทยและคนไทย แถมด้วยตอนไปนี่กำลังมีเหตุการ์ณไม่สงบที่บ้านเราพอดี เอาเข้าไป) ถึงแล้วโบสถ์..แต่เค้าปิดจัดงานแต่งงานมั้ง ยายเลยพาไปเดินป่าแทน เราเดินไปก็เห็นตรงทางมันมีประตูเค้าเอาไว้กันกวางหนี และกันรถชนกวาง ถึงอย่างนั้น ปีนี้ก็มีกวางตายไปแล้วหลายตัว นึกถึงตอนอยู่ออสเตรเลีย มีจิงโจ้โดนรถชนตายไปเยอะเลย เค้าเรียกจิงโจ้ตัวเล็กว่าอะไรน้า นึกไม่ออกซะงั้น ชมนกชมไม้ไปเรื่อย เจอชาวบ้านแถวนั้นเค้าขายผักที่ปลูก.ราคาถูกยายก็ภูมิใจกับ รูบาร์บ หรือเราเรียกมันว่าก้านกล้วยฝรั่ง น่าจะแกงฮังเลอร่อย..ฮ่าๆ ไม่ไช่ละ โฮ โฮสว่าเอาไปทำซุปหรือใส่ขนมได้..ดีแฮะ แถมซื้อกับคนที่ปลูกเองก็รับประกันเรื่องความปลอดภัย เราเดินไปจนถึงที่คอกม้า..เค้าเลี้ยงม้าไว้เยอะเลย พื้นที่ทั้งหมดเป็นของ Duke of Bedford ก็น่าจะเหมือนกับเจ้าขุนมูลนายบ้านเราละมั้ง สมัยนี้อะไรๆก็ต้องเป็นเงินเป็นทอง เค้าก็เปิดให้ดู เก็บเงิน แล้วก็ทำร้านอาหาร และอะไรต่างๆ บางคนก็ย้ายไปอยู่นิวซีแลนด์หรือออสเตรเลียแทนเพราะค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ชอบต้นไม้เราไปดูโบสถ์อายุเป็นร้อยปีเลย เก่าดี ทำให้เห็นชีวิตคนสุดท้ายก็เหลือเพียงกรรมดีกรรมชั่วที่ทำร่วมกันมาเนอะ อีกมุมนึงของโบสถ์ค่ะ กลับมากินข้าวเย็น ตอนแรกนึกว่าสเต๊ก จริงๆคือไก่อบซอสครีม กับขนมปัง... แล้วก็แต่งตัวไปดูซิมโฟนี่จาก ม.เบดฟอร์ดBedfordshire University เราก็ชอบยูนี้เหมือนกันนะ หาข้อมูลตอนก่อนมาเรียน อาจารย์มาเลกเชอร์ให้ถึงในห้องดนตรีเลย ฮ่าๆ เสียแค่ ๒ ปอนด์เพราะว่าเป็นนักเรียน..อะโหย ดีสุดๆ นั่งฟังแล้วเคลิ้ม จินตนาการตามว่ามีกวางกำลังวิ่งไล่จับกันแล้วโดนสิงโตมาไล่ล่า ..ไปนู่น๓ชั่วโมง อิ่มกับสุนทริยรส และมีความสุขมั่กๆ เหมือนมาเติมเชื้อไฟ ไปพร้อมสอบอีก ๒ อาทิตย์ละฮิ ลืมบอกว่าพวกเราก็ทำหน้าที่เหมือนนักเรียนแลกเปลี่ยน(โข่ง) โดยการมอบของที่ระลึกค่ะ ผ้าใหมไทย และเราเอาที่คั่นหนังสือชาวเขาฝากโฮสให้จนท.ที่เค้าช่วยประสานงานด้วย คนไทยตามธรรมเนียมค่ะ ต้องมีของติดไม่ติดมือ เพื่อนเต้ยก็มีโปสการ์ดลายวัดพระแก้วเขียนเซอร์ไพรส์วันกลับให้ด้วยค่ะ แม้ว่าทริปนี้จะต้องมานั่งอ่านหนังสือตอนดึกๆ..นอนไม่หลับง่ะ แถมยายเพิ่มออฟชั่นถุงน้ำร้อนตอนดึก..ชะเอมต้องย่องๆมาต้มน้ำตอนตี๓เพราะมันไม่ร้อน...บ้านไม้ของยายเหมือนบ้านอาม่าที่เยาวราชคือเดินแล้วจะมีเสียง..ต้องย่อง..ไม่น่าเล้ยยอยู่ห้องติดกะยายอีก วันสุดท้าย..แอบเซอร์ไพรส์การ์ดขอบคุณให้ยาย ก็กินอาหารเช้า กล่าวอำลาเมืองของโฮส รีบกลับมาติวกับเพื่อนค่ะ เพราะอีกไม่นาน(ตอนนั้น)จะสอบแล้ว(ดูวันที่ในรูปเป็นหลักฐานค่ะ ฮ่าๆ) ขอถ่ายกะป้ายกันสักหน่อย แล้วก็แว้บไปสถานี Clapham Junction อันนี้เป็นโบสถ์อีกแล้ว แต่เห็นสี กับสไตล์แล้วให้อารมณ์ตึกโดม ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ยังไงบอกไม่ถูกเลยค่ะ เอ..หรือเราจะคิดถึงเมืองไทยมากไปละเนี่ย เหอๆๆ แวะกินอาหารเที่ยง..ขอเพื่อนเต้ย ไม่ไหวละเลี่ยนนมเนย ขอข้าวนะ แต่หาร้านไทยไม่เจอ ก็เลยได้กินผัดเปรี้ยวหวานแบบจีนๆ ได้แวะซื้อวิตามินกลับมาฝากท่านพ่อท่านแม่ และก็กลับ…. เพื่อนเต้ยพานั่งรถไฟอ้อมสัก ครึ่งชั่วโมงได้ ..เพื่อนเต้ยก็เฉลยว่าวันที่เล่นไพ่กันคืนแรกก็เห็นเงาของ..แว้บไปข้างหลังเรา เหมือนแอบดูพวกเราเล่นไพ่..โอ้ววววทำไมไม่บอกกันบ้างละฮิ มิน่าทั้งกระเป๋าน้ำร้อน ทั้งแผ่เมตตาสักห้ารอบ ก็ดูไม่ค่อยพอ...บ้านเก่ามากค่ะ อึ้งไปจนรถไฟถึงบ้านพอดี แต่ไม่เป็นไรทันเวลาติวพอดี อาจเพราะวันอาทิตย์(รึเปล่า) มาติวกับเพื่อนๆตอนเย็น จน ๕ทุ่มก็นอนตายในหอ จบทริปกะโฮส อังกฤษ แบบอังกฤษ .. .. .. แถมรูปกับผนังร้านพิซซ่าค่ะ เก๋ๆดี สามวันถัดมา ข้าเจ้าได้รับพัสดุ พร้อมจม.จากโฮสว่า ข้าเจ้าลืมเสื้อไว้ ฮ่าๆ แต่โฮสก็ดีนะ เห็นการ์ดขอบคุณที่พวกเราทิ้งไว้เซอร์ไพรส์ที่ห้องครัว ชอบลายมือโฮสจัง ![]() แล้วก็รีบโทรไปบอกเพื่อนเต้ย เพราะพวกเรายังไม่ได้สอบ แต่หนีเที่ยวอย่างนี้..ก็เริ่มทำให้เราลนลานกับการสอบตามบล็อก เค้าเรียกว่า...นาทีก่อนโดนเชือด> ไปแล้วค่ะ ดีใจจัง อัพบล็อกได้แล้ว | ||
Subscribe to:
Posts (Atom)
