Showing posts with label เที่ยวอังกฤษ. Show all posts
Showing posts with label เที่ยวอังกฤษ. Show all posts

Monday, July 11, 2011

หนีมาอยู่กะโฮสสามวันมันส์จริงๆ host @UK- Leighton Buzzard –Symphony Orchestra & wood walking.




ภาคต่อ..ความเดิมจากตอนที่แล้ว


เรื่องมันไม่จบง่ายๆ เพราะว่าโฮสใส่ยาพิษในอาหาร...อะไม่ใช่ละ พูดเล่นนะเรื่องมันจะแลดูน้ำเน่าจนเกินไป
เล่าเกร็ดเล็กน้อยจากการสังเกตและคุยกะโฮส คือ

โฮสเค้าอยู่ตัวคนเดียวอะนะ..เป็นคนแก่วัยเกษียณของอังกฤษดีตรงที่มีเงินเดือนและได้สิทธิพิเศษต่างๆ พวกบัตรลดราคา บัตรรถเมลล์ รถไฟ บัตรลดดูการแสดง หรือว่าได้สิทธิ์ในการรักษาพยาบาล

แต่ก็ต้องโทรจองล่วงหน้าเป็นเดือนๆ และต้องจ่ายค่ายาอยู่ดี
ไม่ดีตรงค่าหมอนี่แหละ..แพงและไม่ดีเท่าบ้านเรา

ที่นี่ของที่ไม่น่าแพง พวกแก๊ส หรือว่าพวกค่าน้ำค่าไฟ ก็แพงหูฉี่ แถมต้องจ่ายค่าลิขสิทธ์ดูทีวีด้วย
ยายเค้าก็จ่ายนะ..แต่ก็ประหยัดมากเลย เช่น เลือกฟังวิทยุมากกว่า เลือกจะล้างจานไปใส่เครื่องล้างตอนเย็นทีเดียว ปลูกต้นไม้ดอกไม้ไว้ประดับบ้าน ไปซื้อของพวกแบรนด์ที่ราคาถูกกว่าหน่อย หรือว่าซื้อพวกร้านมือสองที่ขายไปทำบุญ(Charity shop)เมืองนี้คนแก่เยอะพอๆ กะ

เมืองเราGuildford แต่เมืองเราจะเน้นคนแก่ที่มีรายได้สูงกว่าของเลยแพงกว่าและร้านพวกนี้จะน้อยกว่า ..คิดดูว่ารองเท้าร้านในเมืองน่ะค่ะที่เมืองนี้คู่ละไม่ถึง ๕ปอนด์ เ มืองเราอย่างต่ำนี่ เกือบ ๑๐ปอนด์แล้วค่ะ คุณภาพไม่ต่างกันมากนะ(อยากได้คชจ.ประมาณเมืองนี้ง่ะ)


โดยเฉพาะเศรษฐกิจไม่ดี อะไรๆก็ต้องประหยัด เพราะรายได้เท่าเดิมแต่รายจ่ายมากขึ้น..เกิดขึ้นผลกระทบกับคนทั้งโลกค่ะ สะท้อนใจกับพี่ไทยจัง..นึกแล้วน้ำตาตกใน
แต่เรื่องที่ยายประหยัด..เราชอบนะ เป็นอะไรที่สมถะดี

เลือกที่จะเปิดฮีตเตอร์ ตอนบ่ายถึงเย็น ..แล้วปิดตอนกลางคืน...ฮือๆ ยายขา เมืองยายน่ะหนาวมั่กๆนะคะ สำหรับชะเอมเมืองร้อน..นอนห่มผ้านวมกะเสื้อโค้ท..ใช่แล้ว ข้าเจ้าใส่เสื้อโค้ท

แถมนอนไม่หลับ ฝันร้ายยยย

เล่าต่อๆ ก็นั่งรถกันไปที่ โวเบิร์น นั่งผ่านไปนะ ฮ่าๆ
http://www.woburn.co.uk/abbey/
ชอบตรงที่ระหว่างทางเราเห็นสีเขียวตัดกับฟ้า แล้วมีแกะและเล็มหญ้าอยู่หลังกำแพงไม้

เห็นแล้วนึกถึง ทุ่งหญ้ากับ เจ้าทุยน้อย เล็มหญ้าชิวๆ

เราก็โม้กับยายว่า ถ้าเป็นเมืองไทยคงเป็นทุ่งนากับน้าทุย เดินดุ่ยๆ ย่ำโคลน—เพ้อละ
ยายโม้ว่า ไปอเมริกา ก็เห็นทุ่งหญ้าเหลืองทอง ลูกเขยยายบอกว่า “อเมริกาเลี้ยงคนทั้งโลก”
ฟังแล้วอยากจะเถียง ว่า
“ไทยแลนด์แดนสยามตะหากค้าบบ ส่งออกข้าวอันดับสองนะค้าบบ ยายค้าบบ”
(ยายเค้าเป็นโฮสให้คนจีนมากกว่าคนไทยอย่างพวกเรา ไม่ค่อยรู้จักประเทศไทยและคนไทย แถมด้วยตอนไปนี่กำลังมีเหตุการ์ณไม่สงบที่บ้านเราพอดี เอาเข้าไป)

ถึงแล้วโบสถ์..แต่เค้าปิดจัดงานแต่งงานมั้ง ยายเลยพาไปเดินป่าแทน

เราเดินไปก็เห็นตรงทางมันมีประตูเค้าเอาไว้กันกวางหนี และกันรถชนกวาง
ถึงอย่างนั้น ปีนี้ก็มีกวางตายไปแล้วหลายตัว นึกถึงตอนอยู่ออสเตรเลีย มีจิงโจ้โดนรถชนตายไปเยอะเลย
เค้าเรียกจิงโจ้ตัวเล็กว่าอะไรน้า นึกไม่ออกซะงั้น

ชมนกชมไม้ไปเรื่อย


เจอชาวบ้านแถวนั้นเค้าขายผักที่ปลูก.ราคาถูกยายก็ภูมิใจกับ รูบาร์บ หรือเราเรียกมันว่าก้านกล้วยฝรั่ง
น่าจะแกงฮังเลอร่อย..ฮ่าๆ ไม่ไช่ละ โฮ

โฮสว่าเอาไปทำซุปหรือใส่ขนมได้..ดีแฮะ
แถมซื้อกับคนที่ปลูกเองก็รับประกันเรื่องความปลอดภัย
เราเดินไปจนถึงที่คอกม้า..เค้าเลี้ยงม้าไว้เยอะเลย



พื้นที่ทั้งหมดเป็นของ Duke of Bedford ก็น่าจะเหมือนกับเจ้าขุนมูลนายบ้านเราละมั้ง
สมัยนี้อะไรๆก็ต้องเป็นเงินเป็นทอง เค้าก็เปิดให้ดู เก็บเงิน แล้วก็ทำร้านอาหาร และอะไรต่างๆ บางคนก็ย้ายไปอยู่นิวซีแลนด์หรือออสเตรเลียแทนเพราะค่าใช้จ่ายน้อยกว่า
ชอบต้นไม้เราไปดูโบสถ์อายุเป็นร้อยปีเลย เก่าดี ทำให้เห็นชีวิตคนสุดท้ายก็เหลือเพียงกรรมดีกรรมชั่วที่ทำร่วมกันมาเนอะ





อีกมุมนึงของโบสถ์ค่ะ

กลับมากินข้าวเย็น ตอนแรกนึกว่าสเต๊ก จริงๆคือไก่อบซอสครีม กับขนมปัง...
แล้วก็แต่งตัวไปดูซิมโฟนี่จาก ม.เบดฟอร์ดBedfordshire University เราก็ชอบยูนี้เหมือนกันนะ หาข้อมูลตอนก่อนมาเรียน
อาจารย์มาเลกเชอร์ให้ถึงในห้องดนตรีเลย ฮ่าๆ





เสียแค่ ๒ ปอนด์เพราะว่าเป็นนักเรียน..อะโหย ดีสุดๆ นั่งฟังแล้วเคลิ้ม จินตนาการตามว่ามีกวางกำลังวิ่งไล่จับกันแล้วโดนสิงโตมาไล่ล่า ..ไปนู่น๓ชั่วโมง อิ่มกับสุนทริยรส และมีความสุขมั่กๆ เหมือนมาเติมเชื้อไฟ ไปพร้อมสอบอีก ๒ อาทิตย์ละฮิ
ลืมบอกว่าพวกเราก็ทำหน้าที่เหมือนนักเรียนแลกเปลี่ยน(โข่ง) โดยการมอบของที่ระลึกค่ะ ผ้าใหมไทย และเราเอาที่คั่นหนังสือชาวเขาฝากโฮสให้จนท.ที่เค้าช่วยประสานงานด้วย คนไทยตามธรรมเนียมค่ะ ต้องมีของติดไม่ติดมือ เพื่อนเต้ยก็มีโปสการ์ดลายวัดพระแก้วเขียนเซอร์ไพรส์วันกลับให้ด้วยค่ะ
แม้ว่าทริปนี้จะต้องมานั่งอ่านหนังสือตอนดึกๆ..นอนไม่หลับง่ะ
แถมยายเพิ่มออฟชั่นถุงน้ำร้อนตอนดึก..ชะเอมต้องย่องๆมาต้มน้ำตอนตี๓เพราะมันไม่ร้อน...บ้านไม้ของยายเหมือนบ้านอาม่าที่เยาวราชคือเดินแล้วจะมีเสียง..ต้องย่อง..ไม่น่าเล้ยยอยู่ห้องติดกะยายอีก


วันสุดท้าย..แอบเซอร์ไพรส์การ์ดขอบคุณให้ยาย
ก็กินอาหารเช้า
กล่าวอำลาเมืองของโฮส รีบกลับมาติวกับเพื่อนค่ะ
เพราะอีกไม่นาน(ตอนนั้น)จะสอบแล้ว(ดูวันที่ในรูปเป็นหลักฐานค่ะ ฮ่าๆ)
ขอถ่ายกะป้ายกันสักหน่อย



แล้วก็แว้บไปสถานี Clapham Junction
อันนี้เป็นโบสถ์อีกแล้ว แต่เห็นสี กับสไตล์แล้วให้อารมณ์ตึกโดม ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ยังไงบอกไม่ถูกเลยค่ะ เอ..หรือเราจะคิดถึงเมืองไทยมากไปละเนี่ย เหอๆๆ

แวะกินอาหารเที่ยง..ขอเพื่อนเต้ย ไม่ไหวละเลี่ยนนมเนย
ขอข้าวนะ แต่หาร้านไทยไม่เจอ ก็เลยได้กินผัดเปรี้ยวหวานแบบจีนๆ
ได้แวะซื้อวิตามินกลับมาฝากท่านพ่อท่านแม่ และก็กลับ….

เพื่อนเต้ยพานั่งรถไฟอ้อมสัก ครึ่งชั่วโมงได้ ..เพื่อนเต้ยก็เฉลยว่าวันที่เล่นไพ่กันคืนแรกก็เห็นเงาของ..แว้บไปข้างหลังเรา เหมือนแอบดูพวกเราเล่นไพ่..โอ้ววววทำไมไม่บอกกันบ้างละฮิ
มิน่าทั้งกระเป๋าน้ำร้อน ทั้งแผ่เมตตาสักห้ารอบ ก็ดูไม่ค่อยพอ...บ้านเก่ามากค่ะ อึ้งไปจนรถไฟถึงบ้านพอดี

แต่ไม่เป็นไรทันเวลาติวพอดี อาจเพราะวันอาทิตย์(รึเปล่า)
มาติวกับเพื่อนๆตอนเย็น จน ๕ทุ่มก็นอนตายในหอ
จบทริปกะโฮส อังกฤษ แบบอังกฤษ
..
..
..
แถมรูปกับผนังร้านพิซซ่าค่ะ เก๋ๆดี


สามวันถัดมา ข้าเจ้าได้รับพัสดุ พร้อมจม.จากโฮสว่า
ข้าเจ้าลืมเสื้อไว้ ฮ่าๆ
แต่โฮสก็ดีนะ เห็นการ์ดขอบคุณที่พวกเราทิ้งไว้เซอร์ไพรส์ที่ห้องครัว
ชอบลายมือโฮสจัง


แล้วก็รีบโทรไปบอกเพื่อนเต้ย เพราะพวกเรายังไม่ได้สอบ
แต่หนีเที่ยวอย่างนี้..ก็เริ่มทำให้เราลนลานกับการสอบตามบล็อก

เค้าเรียกว่า...นาทีก่อนโดนเชือด>

ไปแล้วค่ะ ดีใจจัง อัพบล็อกได้แล้ว


พาเ พื่อนดูพิพิธภัณท์เ ชอร์ล็อกโ ฮม ยอดนักสืบ ที่ลอนดอน Sherlock Holmes Museum&Toy museum




วันที่ไปเที่ยวกันคือวันพุธที่ผ่านมา..
ซึ่งตอนแรกกะว่าจะเริ่มอ่านหนังสือนะเนี่ย

เพราะว่าวันพฤหัสเพื่อนเราจะต้องไปทำงานที่โรงแรมที่สก็อตแลนด์แล้ว
ไม่รู้จะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่
วันอังคารที่๗ เป็นวันที่..ต้องหาข้อมูลแบบฉุกละหุกพอสมควร
อาศัยดูแผนที่ท่องเที่ยวของรถไฟใต้ดินเอา
http://www.tfl.gov.uk/
อันนี้ลิงค์ของทูป หรือรถไฟใต้ดินนะ
http://www.tfl.gov.uk/gettingaround/default.aspx


บังเอิญว่าเราไม่ได้อยู่ที่ลอนดอน..เลยต้องเสียค่ารถไฟมาครั้งนึงก้อ 10.5 ปอนด์
ราคานี้รถแล้วด้วยบัตร Young traveller แนะนำให้ทำนะจ้ะ สำหรับคนที่มาเรียนที่อังกฤษ
เพราะช่วยลดค่าเดินทางด้วยรถไฟได้เยอะพอสมควร

จริงๆ ถ้ามีเพื่อนอีกสักสองคน เป็นกลุ่มสามคนก็จะได้ราคานี้เหมือนกัน
หรือถ้าเป็นสามคน ไปแบบกลุ่มสี่คน ราคาก็จะยิ่งถูกกว่า ราวๆ 7.5 ปอนด์
เค้าเรียก กรุ๊ปออฟโฟว์

การไปเที่ยวครั้งนี้ค่อนข้างฉุกละหุกอย่างที่บอก แถมเพื่อนเราอยู่ลอนดอนแค่อาิทิตย์กว่าๆ ที่หลักๆ ก็ไปมาหมดละ..เรายังไม่ได้ไปเลย แป่ววว
พอดีสนใจพิพิธภัณท์ของเล่น
http://www.pollockstoymuseum.com/toy.html
ดูจากในเวปก็ไม่น่าจะใหญ่ ดูเหมือนจะฟรี ไม่เห็นพูดถึงค่าตั๋ว

แต่บังเอิญไปดูเวปของ เชอร์ล็อกโฮม นักสืบ
http://www.sherlock-holmes.co.uk/home.htm
ก็ไปดูรายละเอียดเพลินๆ ดีนะ



มีเล่นเกม..แหมๆ ต้องซื้อตั๋วด้วย
ตอนแรกเห็นโฆษณาว่า จะพิมพ์ชื่อให้ที่หน้าตั๋ว อุตส่าห์ดีใจ พิมพ์ชื่อจริงกะชื่อเล่นของเราและเพื่อนเลย..ที่ไหนได้..ต้องปริ๊นซ์เอง แล้วไปยื่นที่หน้าพิพิธภัณท์ คือซื้อตั๋วทางเน็ต
ค่าเข้าคนละ หกปอนด์

นั่งหลงทางกันอยู่พักนึง..เพราะลืมจดที่อยู่ อาศัยถามคนแถวๆนั้น
เราก็ทำใจอย่างเวลาไปเที่ยวพวกเมืองๆนะ ..คนจะไม่ได้ใจดีทุกคน
เช่นเวลาไปเที่ยว ลอนดอน เซี่ยงไฮ้ หรือปักกิ่ง คนจะเป็นหลากหลาย

ก็เข้าใจเค้าเหมือนกัน เค้าคงกลัวเจอพวกมิจฉาชีพเหมือนกันมั้ง
เอาหละ..มาถึงกันซักกะที..เกือบจะบ่ายสามได้
ชักภาพซักกะหน่อย
อันนี้ฝั่งตรงข้ามพิพิธภัณท์ ชอบท้องฟ้า สวยดี






แบบว่า เซอร์ไพรส์ พอสมควร ที่ไ้ดเจอตัวจริงของคุณปู่เชอร์ล็อกโฮมส์
ตอนแรกนึกว่า เค้าเสียไปแล้ว..แป่วววว วอนจริงๆตู
ก้อคิดอยู่ คุณปู่นี่ ทำไมบอกอันนั้นของเค้า อันนี้ของเค้า ฮ่าๆๆ
สุดท้ายเลยขอถ่ายรูปคู่พร้อมขอลายเซ็นต์
เค้าสมกับเป็นสุภาพบุรุษอังกฤษนะ มียื่นแขนมาให้เราควงด้วย
ปลื้มๆๆ


ก็ไปเยี่ยมชม เครื่องใช้ และเหตุการ์ณต่างๆ


เป็นจดหมายจริงๆ และนามบัตรลูกค้า...


ไม่ต้องไป มาดามทูโซเลยค่ะ ใกล้ๆกันนะเนี่ย
เราจัดการกันเอง ฮ่าๆ






เหตุการณ์จริงน่ากลัวกว่านี้นะ..เพราะทั้งหมดของหุ่นอยู่ห้องเดียวกัน กึ๋ยๆๆ


มีคนอยู่ข้างบน




อันนี้ห้องนอนของปู่โฮมส์

อ่านแผ่นคู่มือที่เค้าแจกก่อนเข้า
ที่พักตรงนี้เค้าเช่า เพื่อเอาไว้นอนอย่างเดียว..ปัจจุบันปู่โฮมส์ก้ออยู่ที่อื่นนะจ้ะ แต่ใกล้ๆกัน


ชอบเตาผิงแบบอังกฤษ..ดูคลาสสิกดี..แต่ไม่ไ้ด้แปลว่าจะเก็บไว้นะ เหอๆ
กลัวผีหลอก


ซื้อของฝากสักเล็กน้อย


ถ่ายอย่างเดียวค่ะ อาหารตา...เก็บตังค์ไปทริปหน้าดีกว่า..ของแพง







ถ่ายกะป้ายก่อนกลับ


ก่อนถ่ายมีถามเพื่อนด้วยนะ--เห็นหมีมั๊ย- ฮ่าๆๆ


แล้วจากสถานีBaker Street สีน้ำตาล เราก้อนั่งรถไปเปลี่ยนสายที่Oxford circus
เพื่อไปสถานี Goodge Street
ออกมาคราวนี้ มองแผนที่อย่างแรกตรงทางออก
เจอพอดี..เล็กกว่าที่คิดอีกแฮะ..


โชคร้ายที่ไปตอนสี่โมงคครึ่ง เค้าปิดแล้ว
เลยไปเดินดูช้อปของเค้า





ตอนเด็กๆ เห็นน้องชอบสะสมรถเหล็กพวกนี้นะ



สีจัดๆดีจริงๆ



เจ้าชายน้อยย


ให้อารมณ์ตู้เก็บของเล่นที่บ้านอาม่าได้เลยนะเนี่ย




ถ่ายรูปข้างหน้าแทน ได้โปสการ์ดที่ระลึกมาสองอัน
..แหง่วๆ งกๆอย่างเรากว่าจะควักได้มาสองอัน..เกือบร้อยแนะ
อันนี้เรียก หลับหูหลับตา ถ่ายรูปค่ะ ฮ่าๆ






จบทริปครึ่งวันของอะฮั้นละ..เฮ้อ..ไม่ได้อ่านหนังสืออีกตามเคยย..
เดินทางดีๆนะจ้ะแมรี่ ไม่รู้จะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่นะ

เมื่อเย็นคุยโทรศัพท์บอกว่าไม่มีคลื่น ลืมที่ชาร์จไว้ที่บ้านโฮสที่ลอนดอน
วันก่อนก็รอคนที่โรงแรมมารับเกือบชั่วโมงไม่ได้กินข้าวทั้งวันเลย
โชคดีที่มีเพื่อนคนไทยอยู่คนนึงที่มาก่อนเดือนนึงนะเนี่ย

โรงแรมอยู่ห่างเมืองสองชั่วโมง
โทรศัพท์ก็ไม่มีคลื่น..คุยกะเราต้องออกมาคุยที่จอดรถ..และไม่ได้เดินด้วย
เน็ตก้อเล่นไม่ได้..แม่เจ้า..ชีวิตของน้องซิน
...เอานะ...



เราเอง..ก็ต้องเรียนให้เต็มที่ เหมือนกัน
ถ้าเรียนสอบไม่ผ่าน
ก็เท่ากับเสียเงิน-เสียเวลา
เพราะว่า..ไม่ได้ปริญญา
เหงา..ก็ต้องทน..
เบื่อ..ก็ต้องทน..
เวลาก็ไม่ตรงกับไทย

..ชีวิตต่างแดน..
มันไม่ได้สวยงามสดใสเหมือนอย่างที่ใครๆคิดหรอกนะ
แต่เราเลือกมาแล้ว..
...สู้ๆ..ทาเคชิ...
..และชาวไกลบ้านทุกคน..


ปล.คิดถึงบ้านชะมัดเลย..นี่บล็อกเที่ยวหรืออะไรเนี่ย ฮ่าๆๆ
..อยากเล่นน้ำสงกรานต์
นั่งดูข่าวตอนเย็นแล้วก้อน้ำตาตกใน
..สงสารประเทศไทย..