Showing posts with label Thailand. Show all posts
Showing posts with label Thailand. Show all posts

Wednesday, October 5, 2011

ละตินมาเที่ยวสกลนคร...ตอน ของฝากเป็นหมากเม่า Latin Group visit Sakon Nakhon ep.Mulberry





เริ่มอัพบล็อกตอนสี่ทุ่ม คาดว่าจะอัพเสร็จอีกประมาณชาตินึง อะไม่ใช่
ปกติจะอัพตามที่คิดเลย ซึ่งถ้ารอให้อะไรๆลงตัวก็จะต้องรอนาน
แต่ช่วงนี้งานเข้า

ไอ้ครั้น จะรองานเลิกก็คงไม่ได้อัพกันพอดี

I started uploaded this blog at 10 pm.
Normally,I uploaded directly without draft.So it may took a long time for perfectly entry.
Also I'm quite busy this time but I'll try my best.
::::::::::::::::::

กลับมาสู่หัวบล็อกค่ะ
พอดีกลุ่มนักธุรกิจSMEs จาก14 ประเทศละตินอเมริกาและทะเลแคริบเบียน
ได้รับทุนจากรัฐบาลไทย มาดูงาน(และมาเที่ยว)ประเทศไทย
เค้าออกให้ตั้งแต่ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และทุกอย่างให้กลุ่มนักธุรกิจกลุ่มนี้
รายละเอียดเชิญดูที่เวป
http://utcc2.utcc.ac.th/sealac/


According to the subject.
The SMEs group from Latin America and Caribbean Sea 14 countries have got scholarship from Thai Government to visit Thailand.
The Thai government supported air ticket,hotel and everything.
If you're interested please visit their website:
http://utcc2.utcc.ac.th/sealac/



ข้าพเจ้าก็ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ใจดี
ได้ฟื้นฟูภาษาอังกฤษให้กระเตื้องขึ้นบ้าง
ตอนนี้ภาษาอีสานจะเริ่มแอดวานซ์แล่ว(ทักษะฟังนะฮะ)

เรามารอกันที่โรงแรมหนองหาร ดิอิลิแกรนด์
กรุ๊ปมาช้าสองชั่วโมง จากหกโมงเย็นเป็นสองทุ่ม
(รถทัวร์ออกจากกทม.สิบโมงเช้า)
มืดกันเลยทีเดียว...

ของที่จะโชว์และเชิญโอท้อปท้องถิ่นมาขายก็เลยรอกันอยู่นาน
ตัวชาวต่างชาติก็ไม่ได้เปลี่ยนชุดเลย เสื้อยืดกางเกงขาสั้น

เราเสิร์ฟอาหารแบบคอร์ส ให้นศ.การโรงแรมจากราชภัฎมาทดลองฝึกงานด้วย


มันก็แลดูเก้ๆกังๆเพราะเราได้รับแจ้งไว้เลยใส่ซะเต็มคราบ


คนนั่งข้างๆเรามาจากประเทศเปรู เชื้อสายสเปน
ก็บอกว่าเกือบทุกคนพูดภาษาสเปน ออกเสียงสำเนียงประเทศต่างๆให้ฟังด้วย
อืมๆ คงเหมือนภาษาเหนือแต่ละจังหวัด หรืออีสานแต่ละจังหวัดละมั้ง
เค้าทำส่งออกอาหาร มีไปดูงานโรงงานอาหารด้วย เลยได้ออเดอร์เลย


::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
เช้าวันรุ่งขึ้น เรามีเวลา แนะนำสินค้าประจำจังหวัดสกลนคร
เป้นสินค้าชื่อดัง และน่าลิ้มลอง

คือ ไวน์หมากเม่า,หมากเม่าเข้มข้น,และหมากเม่าพร้อมดื่ม

วิจัยโดย มหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน จ.สกลนคร

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เอาข้อมูลมะเม่ามาฝากค่ะ

หมากเม่า  (มะเม่า เม่าเสี้ยน มัดเซ)
เป็นผลไม้ชั้นนำในเขตภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ส่วนภาคอื่นๆ เรียกว่า "เม่า" ชื่อวิทยาศาสตร์ Antidesma velutinosum Blume ในวงศ์ Stilaginaceae. เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ ความสูงประมาณ 12-15 เมตร ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม และผลจะสุกในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน

ซูมๆ


ประโยชน์ หมากเม่า

1. ผลดิบสีเขียวอ่อน ประกอบอาหารคล้ายส้มตำเม่า

2. ผลแก่สีแดงมีรสเปรี้ยว ส่วนผลแก่จัดสีดำม่วง จะมีรสหวานอมเปรี้ยว รับประทานเป็นผลไม้สด

3. ผลมีสรรพคุณเป็นยาระบายและบำรุงสายตา ใบสดนำมาอังไฟเพื่อใช้ประคบแก้อาการฟกช้ำดำเขียว เปลือกต้นเม่าใช้เป็นส่วนประกอบของลูกประคบ



4. ผลหมากเม่าสุก มีกรดอะมิโน 18 ชนิด แคลเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามิน B1 B2 C และ E

5. ผลิตภัณฑ์แปรรูปเช่น น้ำผลไม้ ไวน์เม่า แยม กวน สีธรรมชาติผสมอาหาร ฯลฯ

6. น้ำเม่าสกัดเข้มข้น 100% มีสารอาหาร วิตามินหลายชนิด ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายรวมทั้ง มีสารต้านอนุมูลอิสระ

7.ไวน์หมากเม่า มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง

8.กัมมาลและคณะ (2546) ศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียของสมุนไพรไทย 5 ชนิด คือ มะเม่า ฟ้าทลายโจร หญ้าแห้วหมู ผักเป็ดแดง และสายน้ำผึ้ง พบว่า มะเม่า สายน้ำผึ้ง และหญ้าแห้วหมู มีศักยภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและมีฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV ได้

ลักษณะดีเด่นของมะเม่าคือ มีสารอาหารที่ร่างกายต้องการหลายชนิด เช่น แคลเซียม เหล็ก วิตามินอี วิตามินบี 1 และบี 2 มีกรดอะมิโม และสารแอนโธไซยานิน ซึ่งให้สีม่วงแดง มีฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นดี โดยเฉพาะเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงสายตา และยังมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการแก่ชราของเซลล์และเพิ่มภูมิคุ้มกันอีกด้วย


มะเม่าสามารถนำมาทำไวน์ได้

ข้อมูลจาก
http://natres.psu.ac.th/radio/radio_article/radio42-43/42-430034.htm
http://www.teenpath.net/teennature/Content.asp?Sub=11&ID=00109
http://learners.in.th/blog/nattanan/83172
และhttp://e-learning.konmun.com/Fruit/id60.aspx

เอ่ิม...หมดแรงข้าวต้มมัดแล้วคะ่
เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรพระ10000 รูป
ไว้คราวหน้าจะมาเล่าเรื่อง

"พาชมหมู่บ้านวัฒนธรรมผ้าคราม บ้านพันนา จ.สกลนคร"

ผ้าย้อมคราม สีนำเงินคล้ายหม้อฮ่อม แต่ต่างกันในต้นกำเนิดและวิธีผลิตสี
ไว้จะมาเล่าพร้อมภาพปลากรอบราดข้าวคราวหน้าค่ะ

แล้วเจอกันที่งานแห่ปราสาทผึ้งนะคะ

ปล.1 สติช่วงเทศกาล
เมื่อวานคนรู้จักมาที่บ้าน ก็ทานข้าวเปียกเส้นกัน เราก็มัวแต่ล้างจาน
พอเตรียมเครื่องด่ืมเสร็จเค้าก็เห็นว่าเค้าลากลับกันแล้ว
อีกไม่เกินสิบนาที ก็ได้รับสายจากพ่อเราว่าสองสามีภรรยาประสบอุบัติเหตุ
รถจักรยานยนต์ตัดหน้า และรถกันชนหลุดเลย...

ที่หนักกว่านั้นคือ คนขับจยย.เสียชีวิตคาที่ 1  บาดเจ็บ1
ดีที่คนรู้จักเราไม่เป็นอะไร แต่ขวัญเสียกันน่าดู
น้องชายเราไปช่วยที่สถานีตำรวจ จนตี1 ทราบว่า
คนขับจยย.เมาเลยพุ่งรถออกมา

คนรู้จักเราก็ขับเร็วด้วยละมั้ง
สรุปว่า...การเดินทางในช่วงเทศกาลก็ขอให้มีสติให้มากที่สุดแล้วกันค่ะ

ถ้ากลับกัน เป็นสองคนที่เรารู้จักเป็นผู้ประสบเคราะห์แทน..จะเป็นอย่างไร
เสียดาย..
เราน่าจะอยุ่คุยกับเค้าสักพัก
ถ้าช้าหรือเร็วกว่านี้สักหน่อยก็คงไม่เกิดเหตุอันน่าเสียใจเช่นนี้
(คุ้นๆเหมือนฟอร์เวิร์ดเมลล์สักเรือ่งเลย แต่นีืคือเรื่องจริง)

เอาละ..มองในแง่ของความจริงๆ
อาจถึงฆาตของคนขับจยย. หรือ
อาจเป็นการเตือนคุ่สามีภรรยาถึงความสำคัญของชีวิตแต่ละลมหายใจ

วันนี้เค้าสองคนก็อยู่บ้านกับลูกเล็กๆทั้งสองคน งดรับทุกงาน
ที่ปกติเค้าจะออกจากบ้านแต่เช้าและกลับบ้านค่ำมืด เดินทางกันตลอด
เราว่านี่เป็นบทเรียนการฟาดเคราะห์อีกกรณีหนึ่งแล้วกันนะ

ปล.2 เรื่องน้ำท่วมเป็นเรื่องเดิมๆที่น่าเบื่อ น่าสงสาร
ที่น่าเบือคือดูรายการตอบโจทย์ของชองทีพีบีเอส ก็เห็นว่า
เรามีแต่ตั้งรับจริงๆ..เรารู้ข้อมูลเยอะ และสิ่งเหล่านี้คาดการณ์ได้ เพราะเกิดทุกปี
แต่มันก็เกิด และเราก็ตั้งรับจริงๆ ไม่มีใครคิดวางแผน...น่าเบื่อ

ที่น่าสงสารคือชาวบ้านตาดำๆ ดูยายร้องไห้ไม่กล้าออกจากบ้านกลัวลื่นกลัวเป็นลม
และยาหมด ไม่มีน้ำไฟ และของกิน..น่าสงสาร

เอิ่ม..ชักจะไม่ใช่บล็อกท่องเที่ยวแล้วแฮะ เพราะปล.มันยาวกันเหลือเกิน :p
ท่าทางคุณเธอจะเป็นริดสีดวงตัวอักษรมาหลายวันค่ะ

ขอบคุณกรอบจากคุณกุ้งค่ะ ชอบกรอบลายนี้จริงๆ
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kungguenter&month=11-2008&date=12&group=23&gblog=90

update:เพิ่มรูปภาพซูมๆนะคะ



ละตินมาเที่ยวสกล...ตอนความประทับใจในหมู่บ้านวัฒนธรรมผ้าย้อมคราม




อ้างอิงจากบล็อกก่อนค่ะ

ละตินมาเที่ยวสกลนคร...ตอน ของฝากเป็นหมากเม่า(คลิกที่นี่)
Indigo Vllage & Home stay

ตอนนี้ในสนามมิ่งเมืองกำลังแออัดไปด้วยผู้คนที่ไปชมปราสาทผึ้ง
ที่แห่ไปเมื่อเย็นวันนี้(22/10/10)ค่ะ เมื่อวานไปมาถ่ายภาพได้บรรยากาศ
แต่ไม่ได้ถ่ายปราสาท เพราะเค้าย้ายที่แล้วเราเข้าใจว่าเค้ายังไม่ได้เอามาแสดง..
ไม่เป็นไรพรุ่งนี้ยังมีค่ะ
พ่อบอกว่าปีนี้มีวิวัฒนาการหลายๆอย่าง สวยมากๆ
(พ่อกับน้องอุ้ยคุงไปเป้นนักข่าวนอกสถานที่ให้เอมหวานเรียบโร้ย)
เมื่อวานที่ไปก็ได้ดูรำมวยโบราณหญิง..ถ่ายวีดีโอไว้ด้วย
ไว้จะอัพลงยูทูปมาให้ดูนะคะ


คืนนี้ก็ต่อด้วย เทศกาลไหลเรือไฟ จ.นครพนม..สวยค่ะ
แต่คงไม่ไปเบียดกับใครดูวันนี้แน่ๆ แฮ่ๆ
เพราะมีการบ้านอัพบล็อกดองเค็มค่ะ แถมตะพาบตัวนี้จะไม่ยอมตกรถแน่ๆค่ะ
.....

บล็อกเอนทรี่นี้เป็นช่วงที่นักธุรกิจ14 ประเทศละตินอเมริกาและทะเลแคริบเบียน
มาดูงานที่ประเทศไทยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา จังหวัดสกลนคร โดยหอการค้าจังหวัด
ก็ร่วมเป็นเจ้าภาพ 3 วันค่ะ
จริงๆต้องนับว่าวันเดียว เพราะเดินทางมา 1 วัน และกลับอีก 1 วัน
คือถ้านั่งรถบัสนี่ระยะทางพอๆกับไปเชียงใหม่ค่ะ เกือบ 10 ชั่วโมง
และชาวต่างชาติอาจได้บั้นท้ายบานได้ง่ายๆ

แต่เอมว่าวันนั้นน่าประทับใจแน่นอน
เพราะสิ่งเหล่านี้หาไม่ได้ในเมืองใหญ่และประเทศของเค้าค่ะ
เอมเองก็ยอมรับว่า..นี่คือครั้งแรกเหมือนกัน

รู้แต่ว่า...วันนี้เราจะไปหมู่บ้านผ้าย้อมครามและศูนย์ศิลปาชีพกุดนาขามค่ะ

ที่แรก...หมู่บ้านวัฒนธรรม บ้านพันนา


นั่งรถจากอำเภอเมืองสกลนครไปที่บ้านพันนา อำเภอสว่างแดนดิน
ใช้เวลาเกือบครั้งชั่วโมง
แต่นั่นก็ไม่ทำให้เราเหนื่อยเลย เมื่อเจอภาพชาวบ้านมาต้อนรับแบบนี้


ชาวบ้านมารอพร้อมของที่ระลึกค่ะ..ผ้าขาวม้า
ฝรั่งตื่นเต้นกันมาก แต่เราชอบนะ ตอนที่เค้าผูกผ้าเสร็จ คนผูกคนรับก็ไหว้กัน
งดงามจริงๆ..จากรูปนี่มีเด็กตัวเล็กๆมายืนต้อนรับกับเค้าด้วย




เราก็มาเข้าฟังบรรยายความเป็นมาก่อน
ว่าหมู่บ้านนี้เป็นหนึ่งในเครือข่ายผ้าย้อมครามของจังหวัด
และเป็นโครงการในพระราชดำริเรื่องความพอเพียง


ประธานกลุ่มคือ คุณป้าคำพูล สุราชวงศ์
เค้าพูดไปยิ้มไป อารมณ์ดี หรือเขิน หรือภูมิใจก็ไม่รู้แฮะ
ผ้าครามดีตรงที่กันรังสียูวี และกันยุงและแมลงได้ด้วย(มัลติฟังก์ชั่นจริงๆ)


พอฟังบรรยาย มอบของที่ระลึกอะไรเสร็จ..เราจะไปดูกรรมวิธีการผลิตผ้าครามกันค่ะ
แต่..

ทุกคนต้องหยุด
และหยิบกล้องมาถ่าย..อีกแล้ว


คุณตา(พ่อใหญ่) กับคุณยายมาโชว์เพลงพื้นบ้านให้ฟังคะ
(เห็นไหมว่าหาไม่ได้ที่บ้านเขา อิอิ)
กระบวนการผลิตนี่เริ่มจากนุ่น แยกเม็ดออก(ภาพล่าง)
แล้วเอาที่ยิงเหมือนธนูมาดีดให้มันเล็กลง
แล้วก็เอามาเกลียวเป็นเสัน(บนซ้าย)
แล้วก็ม้วนเป็นกลุ่มด้าย


เสร็จก็จะมัดผ้าออกแบบลวดลาย..ตรงนี้คือความสนุกของครีเอทีฟค่ะ


พอย้อมเสร็จก็แกะเชือกฟางออก เอามาเข้าม้วนใหม่เพื่อทอค่ะ

ผืนหนึ่งเป็นเมตรๆ ใช้เวลาเป็นอาทิตย์ หรือถ้าจะให้ลายสวยๆ ก็เป็นเดือน


ทีนี้เรามาดูกรรมวิธีการทำครามสำหรับย้อมค่ะ
หลายๆคนคงจะสงสัยเหมือนเราว่า ผ้าครามเหมือนผ้าหม้อฮ่อมเลย
แต่ความเป็นจริงคือ ผ้าสองประเภทให้สีน้ำเงินเหมือนกันแต่คนละเฉดค่ะ
ผ้าหม้อฮ่อมจะใช้แก่นไม้ ผ้าครามจะใช้ใบ ซึ่งเป็นตระกูลใบเล็กๆเหมือนมะขาม

วิธีการคือ เอาใบจากต้นครามมาแช่น้ำยาแล้วเอาไม้กดๆตีๆ(แบบภาพล่างกลาง)
ให้สีมันออกมาค่ะ
แล้วเอาไปหมักที่ไห(ล่างขวา) ก็ไล่ไปเลยอาทิตย์แรกไหแรก อาทิตย์ที่สองย้ายมาไหสอง
เพื่อให้สีได้ที่มีความเสถียร(อันนี้ฟังจากยายมานะคะ)

การมัดย้อมก็จะทำให้ผ้าไล่โทนสีไปด้วย สวยทีเดียวเชียวหละค่ะ

แต่..ฝรั่งละตินนี่..ช่างสรรหาจริงๆนะ
ไปสนใจอาหารมื้อเที่ยงค่ะ ชาวบ้านเค้าทำผักเคียงใส่กับลาบ
ใส่ในกระบอกไม้ไผ่ เก๋กู๊ดมากๆ


น้องภาพล่างซ้ายนี่ก็เป็นตัวแทนเยาวชนของหมู่บ้านค่ะ
อธิบายสรรพคุณผักต่างๆอย่างมืออาชีพทีเดียว
(แมวไม่มอง พี่มองให้นะจ้ะคุณน้อง)

zooom closer


อีกแล้วค่ะทุกท่าน นี่คือข้าวเหนียวชุบไข่ปี้ง และกล้วยปิ้งเจ้าค่ะ
สนใจรุมสัมภาษณ์คุณป้ากันยกใหญ่..ศรีจะเป็นลม


แทรกภาพน่ารักๆนะคะ
เป็นแฟชั่นต่างเพศ ต่างวัยค่ะ
น้องหนู คุณตาก็ใส่เกี๊ยะมาอวด บอกว่าเป็นมรดกตั้งแต่โบราณ
(อีสานเรามีเชื้อญี่ปุ่นด้วยแฮะ
คุณยายก็โชว์ย้อมครามในชุดคราม..วิ้วๆ


พอชมกรรมวิธีต่างๆเสร็จก็ใกล้เที่ยงแล้วค่ะ
เดินทางกันมาไกล๊ ไกล ขวัญคงจะหาย
ชาวบ้านที่น่ารักเลยจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญให้
คุณตาใส่สูทขาวอย่างเท่เลย



บรรยากาศอบอุ่นมากๆ




เสร็จพิธีอิ่มใจ ก็มารับประทานอาหารกัน..แบบขันโตก
สวยและครีเอทมากๆ ข้าวหุงธัญพืช กลอยกับฟักทอง
ไข่ปิ้งกล้วยปิ้ง(เมื่อกี้) แล้วก็ตำแตง กินกับข้าวเกรียบ
ที่นี่เรียก"ข้าวโป่ง"
อีะ..อ๊ะ อย่าลืมล้างมือ ด้วยน้ำมะนาวข้างๆก่อนนะคะ

ภาพน้องๆนางรำผ้าคราม ยังเรียนมัธยมกันอยู่เลย

ชมโชว์ไปกินข้าวไป..ได้บรรยากาศอยู่ไม่น้อยค่ะ
ชอบพวกใบตองแล้วก็ชาอัญชัญสด..เก๋มากๆพี่น้อง ฝรั่งถามกันยกใหญ่ว่าหาซื้อที่ไหน
กินอิ่มทุกคนก็เริ่มมันส์ค่ะ ออกลวดลาย
พ่อหนุ่มอาร์เจนตินาคนนี้ มาโชว์เพลงดังของประเทศเค้า
แต่ดนตรีประกอบนี่หมอลำนะคะ




ชมภาพเคลื่อนไหวได้..น่ารักมาก
เป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมข้ามทวีปจริงๆ

เสียดายใช้กล้องดิจิตอลถ่าย ภาพและเสียงอาจจะไม่ชัดนะคะ
คุณยายสองคนนี่ท่าทางจะสนุกที่สุด และคืนนั้นคงหลับสบาย เพราะแดนซ์กันกระจายค่ะ

บางส่วน เริ่มช้อปปิ้งแล้ว

ราคาที่นี่เนื่องจากเป็นแหล่งผลิต ก็จะถูกกว่าราคาที่ห้าง หรือที่เมืองทองธานีเวลาไปออกร้านอยู่มากค่ะ

ขยายให้เห็นชัดๆ



นอกจากผ้าครามแล้ว ยังมีผ้าย้อมสีธรรมชาติอื่นๆ อีกค่ะ
เอมได้ผ้าพันคอสีเขียว เหลืองจากมะม่วง แล้วก็น้ำตาลชมพู ในราคา500บาท
ถ้าซื้อห้างมีหวังหลักพันแน่ๆ..
ก็คงต้องราคานั้นเพราะต้องให้ค่าขนส่งค่าจัดการนายหน้าเค้าละค่ะ
เฮ้อ..โปรโมทแบบชาวบ้านเอมหวาน เพราะเห็นใจว่าการตลาดเค้ายังไม่มีเลยค่ะ





ก่อนอำลาก็ถ่ายภาพกันเป็นที่ระทึก

ภาพบนขวา คือภาพคุณตา(พ่อใหญ่)ใส่เกี๊ยะมาส่งถึงรถเลยค่ะ
เป็นห่วงอยากให้เดินทางกลับกันปลอดภัย..น่ารักมากๆ

ใครสนใจก็เชิญติดต่อได้ตามนี้นะคะ(ไทยเที่ยวไทย เงินไม่ไหลออกค่ะ)

หรือที่เวปไซต์(ที่เราหาเองจากกูเกิล จัดทำโดยธกส.)
http://www.tourvtthai.com/home/index.php?option=com_content&view=article&id=243:2010-02-24-07-31-36&catid=46:2010-02-16-04-07-36&Itemid=10

ทราบจากชาวบ้านว่าเค้ามีโฮมสเตย์ด้วยนะคะ
ถ้าเบื่อวิถีชีวิตเดิม พักร้อนหน้าลองหาเที่ยวแบบนี้เป็นทางเลือกนะคะ

....เวลาน้อยค่ะ ตอนบ่าย เราไปศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ณ อีสาน เอ๊ย กุดนาขาม
..เรื่องยาวอีกเหมือนกัน
ไว้เล่าต่อบล็อกหน้านะคะ

ปล.สกลนครน้ำไม่ท่วมนะคะ อยู่หลังเขาพอดี๊
ก่อนจะไปชมโฆษณา เอ๊ย ชมเอนทรีอื่นๆ ก็ขอกำลังใจสักจึ๊กนะคะ

โหวตได้ทุกวันไม่มีวันหยุดนะคะ


 ขอบคุณค่าา


-:::::::updated ตะพาบตัวที่สิบแปดมาแล้วค่ะ:::::::

สมสร้อยและ..บืด(เชิญคลิก)


ขอบคุณกรอบจากคุณกุ้งค่ะ
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kungguenter&month=05-2009&date=03&group=23&gblog=118