Showing posts with label ดาวบนดิน. Show all posts
Showing posts with label ดาวบนดิน. Show all posts

Wednesday, October 5, 2011

::::::ดูให้สะใจ Unseen Thailand ::ดาวบนดิน :::::




นานนนนมากแล้้ว ที่ไม่ได้ไปดูงานแห่ดาว
เรียกว่าจำไม่่ได้ดีกว่า

คริสต์มาสต์ที่ผ่านมา ไหนๆอยู่ที่นี่
ขอพาเพื่อนๆมาเที่ยวอีกเทศกาลสำคัญของจังหวัดสกลนคร
ดูให้สะใจ Unseen Thailand: ดาวบนดิน เทศกาลแห่ดาว จ.สกลนคร (หลังไปดู)
เป็นหนึ่งในกิจกรรมโปรโมทของททท.ในโครงการ 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน
(http://www.1279thailand.com/)

ภาคข้อมูลก่อนไปจ้ะ

คลิกตรงนี้เลย

วันนี้ นอกจากจะนำภาพมาให้ดูให้หนำใจแล้ว
ขอนำเสนอบทความจาก
คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์  วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย
มาประกอบภาพที่เอมหวานไปถ่ายในวันที่ 25 ธันวาคม 2553 ค่ะ
:::::::


สำนักมิสซังท่าแร่-หนองแสง อ.เมือง จ.สกลนคร

ประวัติการแห่ดาวเทศกาลคริสต์มาสของจังหวัดสกลนคร

     ใกล้ถึงวันสมโภชพระคริสตสมภพ หรือ “วันคริสต์มาส” ของทุกปี
เราจะเห็นห้างสรรพสินค้าและร้านรวงต่างๆ
ประดับตกแต่งต้นคริสต์มาสด้วยไฟหลากสีระยิบระยับ
มีภาพชายแก่หนวดเครายาวสีขาวพุงพุ้ยในชุดสีแดงสดใสพร้อมถุงของขวัญ
บนล้อเลื่อนมีกวางลากจูง คลอด้วยบทเพลงคริสต์มาสในจังหวะสนุกๆ
เพื่อดึงดูดผู้คนที่ผ่านไปมาให้หันมาสนใจและจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าในร้านรวงของตน


       บรรยากาศเช่นนี้มีให้เห็นทั่วไปตามเมืองใหญ่ทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ใน ประเทศไทย   แต่ในอีกมุมหนึ่งของหมู่บ้านคริสตชนในภาคอีสานของประเทศไทย ดูจะต่างออกไป


โดยเฉพาะในอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสงซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดคือสกลนคร นครพนม
กาฬสินธุ์และมุกดาหาร จะมีบรรยากาศของความสมัครสมานกลมเกลียวแบบพี่น้อง ที่ร่วมแรงร่วมใจกันเตรียมฉลองคริสต์มาสด้วยการทำดาวและถ้ำพระกุมาร ช่วยกันประดับตกแต่งวัดประจำหมู่บ้านให้สวยงาม รวมถึงบ้านเรือนของตนเพื่อเฉลิมฉลองการประสูติมาของพระเยซูเจ้า


      พวกเขาได้สานต่อความเชื่อศรัทธานี้ มามากกว่า 100 ปี จนกลายเป็นประเพณีในคืนวันที่ 24 ธันวาคม ของทุกปี


      การทำดาวและประเพณีแห่ดาวมีความเป็นมาและความหมายอย่างไร
นี่คือความมุ่งหมายของบทความนี้เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการเฉลิมฉลองคริสต์มาสของคริสตชนในอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง ที่หลายคนอาจไม่เคยได้รับรู้มาก่อน





โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเพณีแห่ดาวของจังหวัดสกลนครจากทุกหมู่บ้านมากกว่า 300 ดวง
ซึ่งกล่าวกันว่ามีเพียงแห่งเดียวในโลกทั้งนี้เพื่อส่งเสริมและสานต่องาน ประเพณีนี้อย่างถูกต้องและยั่งยืนสืบไป


ความหมายและที่มาของการแห่ดาว
       คำว่า “ ดาว” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2545 ได้ให้ความจำกัดความเอาไว้ว่า
“ สิ่งที่เห็นเป็นดวงมีแสงระยิบระยับในท้องฟ้าเวลามืดนอกจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ”


      นอกนั้นยังเป็นคำที่ใช้เรียกบุคคลที่เด่นดังในทางใดทางหนึ่ง
ดาวจึงหมายถึง ดวงไฟที่ส่องแสงระยิบระยับบนท้องฟ้าในเวลากลางคืน
ทำให้ท้องฟ้าแลดูสว่างสุกใส
ด้วยเหตุนี้จึงอุปมาคนที่มีชื่อเสียงดี หรือมีหน้าตาสะสวยและความสามารถโดดเด่น เป็นเหมือนดาวบนฟ้าที่ส่องประกายเจิดจ้ายามค่ำคืน


อย่างนักแสดงที่เรียกว่า “ ดารา” สำหรับชาวตะวันออกเชื่อกันว่าทุกคนเกิดมามีดาวประจำตัว
โดยเฉพาะบุคคลสำคัญที่มีบุญยาบารมีดาวประจำตัวจะสว่างสุกใสกว่าปกติสังเกต เห็นได้ง่าย


จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเวลาที่พระเยซูเจ้าประสูติ
จะปรากฏดาวประจำพระองค์ให้พวกโหราจารย์หรือนักปราชญ์จากทิศตะวันออกได้เห็น
พวกเขาได้ออกเดินทางตามดาวดวงนั้นไป
เพื่อไหว้นมัสการและถวายของขวัญตามที่มีบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ ( มธ 2:1-12)


       ดังนั้น ดาวในคริสตศาสนาจึงเป็นสัญลักษณ์หมายถึง
การบังเกิดมาของพระเยซูเจ้าและเป็นสื่อนำทางพวกโหราจารย์ให้ได้พบกับพระกุมารเยซู
ูในถ้ำเลี้ยงสัตว์ที่เมืองเบธเลเฮม ประเทศปาเลสไตน์




ส่วนประเพณีแห่ดาวในเทศกาลคริสต์มาส มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด
แต่เข้าใจว่าคงมีมาตั้งแต่แรกเริ่มที่คริสตศาสนาเข้ามาในภาคอีสานในปี ค.ศ. 1881
( พ.ศ. 2424) โดยการนำของคุณพ่อยอห์น บัปติสต์ โปรดม
(Jean PRODHOMME) และคุณพ่อซาเวียร์ เกโก(Xavier GEGO)
ธรรมทูตรุ่นบุกเบิกคณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส (MEP)
ที่สอนให้คริสตชนทำดาวประดับวัดในเทศกาลคริสต์มาส ประกอบกับธรรมชาติของคนอีสานที่ร่าเริงสนุกสนานมีงานประเพณีแห่แหนตลอดทั้งปี



    การประยุกต์ประเพณีทำดาวประดับวัดในเทศกาลคริสต์มาส
มาเป็นประเพณีแห่ดาวรอบวัดหรือชุมชนจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย


ก่อนจะกลายมาเป็นประเพณีนิยมของทุกวัดที่กระทำกันในคืนวันที่ 24 ธันวาคม ของทุกปี
การทำดาวประดับวัดของหมู่บ้านคาทอลิกในอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสงก็เหมือนกับการทำถ้ำพระกุมารและการประดับต้นคริสต์มาสในประเทศยุโรป

แต่การทำดาวของวัดต่างๆ ในอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสงดูจะ มีชีวิตชีวาและวิวัฒนาการมากกว่า เห็นได้จากการประยุกต์ให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิตของชุมชน จากการทำดาวประดับวัดธรรมดา



ได้พัฒนาไปเป็นการทำดาวประดับบ้านเรือน การแห่ดาวและการประกวดดาว เพื่อสืบสานความเชื่อศรัทธาอย่างมีสีสันและชีวิตชีวา
อันแสดงออกถึงความชื่นชมยินดีของชุมชนตามจิตตารมณ์ของคริสต์มาส
 


ประเพณีแห่ดาว ที่สกลนคร

       ประเพณีแห่ดาวที่สกลนคร เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องโดยตรงกับพระอัครสังฆราชลอเรนซ์ คายน์ แสนพลอ่อน อดีตผู้ปกครองอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสงระหว่างปี ค.ศ. 1980-2004 ( พ.ศ. 2523-2547)


ที่มีความประสงค์จะให้หมู่บ้านคริสตชนในเขตปกครอง ได้นำดาวที่ใช้แห่ในคืนวันที่ 24 ธันวาคมเพื่อเฉลิมฉลองการบังเกิดมาของพระเยซูเจ้าในหมู่บ้านของตน มาร่วมแห่อีกครั้งที่สกลนครเพื่อสนับสนุนกลุ่มคริสตชน



วัดพระหฤทัยฯสกลนครซึ่งยังมีจำนวนน้อยอยู่ การแห่ดาวที่สกลนครเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1982 ( พ.ศ. 2525)


        หลังจากพระคุณเจ้าคายน์ แสนพลอ่อน สร้างสำนักมิสซังแห่งใหม่ที่สกลนครและย้ายมาประจำที่สำนักใหม่แล้ว โดยมอบหมายให้ชุมชนท่าแร่หมู่บ้านคริสตชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและศูนย์กลางของอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง เป็นผู้นำในการทำดาวและประดับประดารถบุษบก
ถ้ำพระกุมารที่ใช้ในขบวนแห่ โดยเริ่มแห่จากศาลากลางจังหวัดสกลนครไปยังบริเวณโรงเรียนเซนต์ยอแซฟสกลนคร ก่อนที่จะมีพิธีเฉลิมฉลองคริสต์มาส
เหมือนเช่นที่ทำกันในแต่ละวัดในคืนวันที่ 24 ธันวาคม


เป็นธรรมดาอยู่เองที่การริเริ่มทำสิ่งใหม่ที่ไม่มีใครทำมาก่อน
ย่อมมีอุปสรรคปัญหาและความยากลำบาก
เช่นเดียวกับการแห่ดาวที่สกลนคร ในปีแรกมีดาวจากหมู่บ้านต่างๆ มาร่วมขบวนแห่จำนวนไม่มาก และไม่ได้รับการยอมรับจากชาวสกลนครเท่าใดนัก
รวมถึงผู้ร่วมงานบางคนที่มองว่าเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ


แต่พระคุณเจ้าคายน์ แสนพลอ่อน ยังคงยืนหยัดที่จะจัดให้มี
ีประเพณีแห่ดาวนี้เรื่อยมา และพยายามปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นในแต่ละปี ต่อมาได้จัดให้มีการประกวดดาวทำให้มีจำนวนดาวจากหมู่บ้านต่างๆ มาร่วมแข่งขัน
และขบวนแห่เพิ่มมากขึ้น หลังจากได้จัดแห่ดาวที่สกลนครผ่านไปหลายปี


       ชาวสกลนครเริ่มยอมรับและกล่าวขวัญถึง บางปีไม่ได้จัดที่สกลนครเช่นในปี ค.ศ. 1999 ( พ.ศ. 2543) ย้ายไปจัดที่หมู่บ้านท่าแร่เพื่อสมโภชการเปิดปี “ปีติมหาการุญ คริสตศักราช 2000 ” เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้จัดที่สกลนครประจำทุกปี


     จนกระทั่งเมื่อปี ค.ศ. 2003 (พ.ศ. 2546)
นายปรานชัย บวรรัตนปราน ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครขณะนั้น ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้บรรจุประเพณีแห่ดาวให้เป็นงานส่งเสริมการท่องเที่ยวงานหนึ่งของจังหวัด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมและร่วมงานคริสต์มาสที่สกลนคร





คุณค่าในปัจจุบัน


       ปัจจุบัน ประเพณีแห่ดาวเทศกาลคริสต์มาสของอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง
เป็นส่วนหนึ่งงานประเพณีประจำจังหวัดสกลนครที่จัดขึ้น
ในคืนวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี โดยได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เทศบาลสกลนคร ส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ

มีดาวที่ได้รับการออกแบบตามจินตนาการและประดับตกแต่งด้วยไฟฟ้าอย่างสวยงาม ตระการตา จากหมู่บ้านต่างๆ ทั่วสังฆมณฑลฯ มากกว่า 300 ดวง


จากงานแห่ดาวธรรมดาที่จัดเพื่อถวายเกียรติแด่พระกุมารเยซู ผู้ประสูติมาในเทศกาลคริสต์มาสและเป็นที่รู้จักในวงแคบในหมู่คริสตชน


ได้กลายมาเป็นประเพณีที่เป็นหน้าตาของจังหวัดและเป็นที่รู้จักในระดับประเทศ จิตตารมณ์การบังเกิดมาของพระกุมารเยซูและประวัติวันคริสตมาส
ได้รับประกาศและนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ สะท้อนให้เห็นความจริงที่ว่า

      สิ่งที่ไร้ค่าเปล่าประโยชน์ในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง อาจกลายมาเป็นสิ่งที่มีค่าขึ้นมาได้เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน “ ความเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งคือนิรันดร์”ยังคงเป็นจริงอยู่เสมอ


      เช่นเดียวกับคุณความดีที่ พระคุณเจ้าคายน์ แสนพลอ่อนได้ริเริ่มประเพณีแห่ดาวนี้
ที่กลายมาเป็นงานประเพณีหนึ่งของจังหวัดสกลนครและประเทศไทย
ควรอย่างยิ่งที่อนุชนรุ่นหลังจะศึกษาเรียนรู้คุณค่าอันดีงามและบทเรียนต่างๆ เพื่อธำรงส่งเสริมและรักษาไว้สืบไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ สำนักมิสซังท่าแร่ โทร. 0 4271 1272
ขอขอบคุณข้อมูลคุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์วัดนักบุญยอแซฟ ดอนทอย(15 ธันวาคม 2009)
http://www.nbkradio.com/Star2009/StarAD25122009.php


::::::::::::::แถมๆกับเอมหวาน::::::::::::::::::::::

เอาบรรยากาศงานมาฝากเพิ่มเติม เผื่อปีหน้าใครสนใจจะมาร่วมงานจ้ะ
บรรยากาศงานจับสลากบนเวที หนูแหม่ม สุริวิภา กุลตังวัฒนามาเป็นพิธีกร


ด้านหน้ามีขายโคมไฟ


หมึกย่างหน้าหนาวก็ขายดีนะ





อามคุงน้องชายเป็นตากล้อง ภาพนี้มีน้องอุ้ยคุง เอมหวาน แล้วก็คู่ข้าวใหม่ปลามัน หน่อย-กิต

ใส่แก้วดินเผา หัตถกรรมท้องถิ่นจากเชียงเครือ เป็นน้ำเฉาก๊วยกับน้ำมะพร้าว มูลค่าเพิ่มกับน้ำสมุนไพรธรรมดา เลยช่วยอุดหนุน

bye bye ก่อนนะจ้ะกับน้องชายสุดหล่อ น้องอุ้ยคุง


เดี๋ยวนั่งสามล้อไปส่งกลับบ้าน ฮ่าๆๆ


คืนนี้นิทราราตรีสวัสดิ์ค่ะ


ขอบคุณนายแบบ
น้องอุ้ยคุง น้องเลิฟ
น้องอามคุง น้องชายอีกคนตากล้องร่วม คือคนละกล้อง
ร่วมกินกันเฉาก๊วย

กรอบจากคุณกุ้งคนสวย
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kungguenter&month=11-2008&date=28&group=23&gblog=94
 

Unseen Thailand: ดาวบนดิน เทศกาลแห่ดาว จ.สกลนคร





อีกไม่กี่วัน จะมีดาวบนดินสว่างไสวสวยงาม ให้เยี่ยมชม
ใครเบื่อไปดูไฟที่กทม.ก็น่ามาลองชมดาวต่างจังหวัดดูบ้างนะคะ
มาชวนไทยเที่ยวไทยกันค่ะ
ขอยืมข้อมูลมาแบ่งปันค่ะ



"...ค่ำคืนวันฉลองเทศกาลคริสต์มาส คนเมือง
สกลนครเขาจินตนาการ ดาวบนท้องฟ้า
เอามาแห่อยู่บนดิน เป็นเทศกาลรื่นเริง
สนุกสนานกว่าที่ไหนในเมืองไทย..."




ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร คือบ้านของชุมชน ชาวคริสต์คาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย วันคริสต์มาสของที่นี่ ชาวคริสต์จะประดิษฐ์ดวงดาวกระดาษขนาดน้อยใหญ่ประดับประดาด้วยดวงไฟหลากสีสัน นำไปตกแต่งขบวนรถ ประดับประดายามราตรีอย่างสวยงาม และแห่เฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ สนุกสนาน เรียกว่า "เทศกาลแห่ดาว" นับได้ว่าเป็นขบวนแห่เหนือจินตนาการซึ่งเล่าขานกันว่า งามที่สุดในเมืองไทย



ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ช่วงหัวค่ำของคืนวันคริสต์มาส
ฤดูกาลที่ดีที่สุด : วันคริสต์มาสของทุกปี
จุดชมวิวที่ดีที่สุด : ต.ท่าแร่ อ.เมือง จ.สกลนคร





เทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส สกลนคร
วันที่ 24-25 ธันวาคม 2553
สำนักมิสซังท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร




"ขบวนแห่ดาวคริสต์มาส” เป็นกิจกรรมที่นิยมปฏิบัติกันในคืนวันคริสต์มาส หรือ 25 ธันวาคม ของทุกปี ชุมชนชาวคริสต์จะประดิษฐ์ดาวขนาดใหญ่และประดับประดาด้วยดวงไฟวิทยาศาสตร์
หลากสีสัน และนำดาวนั้นไปตกแต่งในขบวนรถที่ประดับประดาอย่างสวยงามตามแต่จินตนาการ

ส่วนใหญ่สื่อถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประสูติของพระเยซู เช่น การตกแต่งและจำลองบรรยากาศของขบวนให้เป็นถ้ำ อันเป็นสถานที่ประสูติของพระเยซู และในบางขบวนจะใช้คนประกอบแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการประสูติฯ เพื่อให้ดูน่าสนใจและสมจริง

สำนักมิสซังท่าแร่หนองแสงก็สวยมากๆค่ะ

ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสของทุกปี ชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค ใน 4 จังหวัดภาคอีสาน ที่ประกอบด้วย สกลนคร นครพนม มุกดาหาร และกาฬสินธุ์ โดยมีอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง (สำนักมิสซังท่าแร่ฯ)ดูแลรับผิดชอบคริสตศาสนา จะรวมตัวกันจัดประเพณี“แห่ดาว”ขึ้น เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสอย่างยิ่งใหญ่
     
       ทั้งนี้จะมีการประดับตกแต่งโคมไฟรูปดาวไว้ที่หน้าบ้าน ซึ่ง“ดาว”ถือเป็นสัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซูองค์ ศาสดา นอกจากนี้ยังมีอีกสีสันหนึ่งของเทศกาลนี้ก็คือ ขบวนแห่ดาวที่ทำจากดวงไฟวิทยาศาสตร์สีสันสวยงาม
     
       และหากพูดถึงประเพณีแห่ดาวช่วงคริสต์มาสแล้ว ที่นี่ถือนับเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ โดยปีนี้จะจัดที่มิสซังโรมันคาทอลิกท่าแร่-หนองแสง ที่เป็นเขตปกครองของคริสตชนคาทอลิก ครอบคลุมใน 4 จังหวัด คือ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร และ กาฬสินธุ์
     
       ทั้งนี้การแห่ดาว เป็นกิจกรรมหนึ่งในเทศกาลคริสต์มาส เพื่อระลึกเหตุการณ์ที่บรรดาโหราจารย์ได้ติดตามดาวประหลาดดวงหนึ่ง เพื่อไปพบสถานที่ประสูติของพระเยซูเจ้าที่แบธเลเฮม
     
       สำหรับวิวัฒนาการของการแห่ดาวนั้น ในระยะแรกเริ่มนั้น คริสตชนจะเดินแห่ โดยที่มือมีไม้ที่มีดาวดวงเล็กแขวนอยู่ ซึ่งใช้แสงจากการจุดเทียนและเดินแห่รอบโบสถ์ ขณะเดินแห่ก็ร้องเพลงคริสต์มาส สลับกับการสวดภาวนาก่อนเริ่มพิธีกรรม ภายหลังได้วิวัฒนาการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย จากการเดินแห่มาใช้ สามล้อปั่น รถจักรยานยนต์ รถยนต์แห่ ตามลำดับ และประดับประดาดาวและรถยนต์ให้ประณีต สวยงาม และสร้างสรรค์
     
       กระทั่งในปี ค.ศ. 1980 มุขนายกคายน์ แสนพลอ่อน(พระสังฆราชคนก่อน) ได้ริเริ่มการแห่ดาวและประกวดดาวขึ้นในตัวจังหวัดสกลนคร ได้พัฒนาการแห่ดาวจาก 20-30 ขบวนรถยนต์ มาเป็น 200 ขบวน พร้อมกับการประดับตกแต่งให้สวยงามตระการตายิ่งขึ้นในระยะ 25 ปี
     
       ก่อนที่ในปี ค.ศ. 2003 – 2004 งานเทศประเพณีแห่ดาวครั้งที่ 23 และ 24 ถูกยกระดับขึ้นเป็นประเพณีระดับจังหวัดอย่างเป็นทางการ โดยอาศัยความร่วมมือกันระหว่างมิสซังโรมันคาทอลิคท่าแร่-หนองแสง กับผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กร หน่วยงานทางจังหวัด นอกจากนั้นมิสซังโรมันฯ ยังได้รับปัจจัยสมทบช่วยเหลือจากองค์กร หน่วยงานต่างๆจากทางจังหวัดและท้องถิ่นอีกด้วย
สำหรับประเพณีการแห่ดาวนั้น นอกจากเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศงานฉลองคริสต์มาส สืบสานงานประเพณีและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแล้วยังเป็นการเสริม สร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันของบรรดาศาสนิกชนทั้งในเขตจังหวัดสกลนครและ จังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย ซึ่งผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร โทร. 0-4271-6247,สำนักมิสซังท่าแร่ - หนองแสง โทร. 0-42 71-1272,ททท. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเขต 4 โทร. 0-4251-3490-92
:::::::::::::
ภาพและข้อมูลทั้งหมด จากเวปสนุกดอทคอม และททท.นครพนมค่ะ
เครดิต ตามลิงค์เลย

http://www.teepakdd.com/index.php?name=webboard&file=read&id=58-&page=2

http://travel.sanook.com/